ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

By | มกราคม 8, 2020

 

คำถามที่ว่า  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม  การรักษาที่ทำให้หายขาดได้นั้น ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษา พัฒนา และ วิจัย ภายใต้หน่วยงาแพทย์ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีผลการศึกษา ออกมาอย่างแน่ชัด แต่ข่าวดี คือ ในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่หายขาดแล้ว 1 คน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ที่ติดเชื้อเอชไอวีมานาน การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ในปัจจุบันการรักษา ยังคงยึดหลักการเดิม คือ การให้ทานยา เพื่อจะยับยั้งการแบ่งตัว ของเชื้อเอชไอวี ซึ่งเมื่อรับประทานยา เข้าไปแล้ว จะช่วยให้ ผู้ป่วยสามารถ ใช้ชีวิตร่วมกับผู้คน ในสังคมได้เหมือนกับ คนปกติทั่วไป และสามารถมีชีวิต อยู่ต่อได้เหมือนกับ อายุขัยของคนปกติ  การศึกษาวิจัย การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ในปัจจุบันนั้น กำลังมีการศึกษาอยู่ 3 วิธี คือ

– การปลูกถ่ายไขกระดูก

– การเริ่มกินยาต้านเชื้อเอชไอวี อย่างเร็วภายใน 2 สัปดาห์แรก ก่อนที่ผลการตรวจ anti-HIV จะเป็นบวก

– การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แต่การศึกษาวิธีอื่น ๆ นี้ยังได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร

ทั้งนี้ การป้องกัน การติดเชื้อเอชไอวี ก็ยังคงเป็น สิ่งที่ดีที่สุด ที่จะทำให้คุณ ห่างไกลจากโรคนี้ได้ และ นอกจากนี้ หากคุณเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงติดเชื้อ หรือ สงสัยว่าตนเองได้รับเชื้อเอชไอวีมา การที่จะสามารถรู้ได้ชัดเจนว่าสรุปแล้วเราติดเชื้อหรือไม่ ก็คงมีทางเดียว คือ ควรไปตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งถ้าหาก ไปตรวจแล้วพบว่ามี การติดเชื้อเอชไอวี จริงก็จะได้สามารถ เข้ารับการรักษาทันที ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เนื่องจากปัญหาในปัจจุบันที่พบอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ติดเชื้อแล้วไม่รู้ตัว และ ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ มักจะมีอาการหนักมากแล้ว หรือ อาจจะมี ภาวะแทรกซ้อน ที่เป็นอันตราย และ ยากต่อการรักษา

ในการรับประทาน ยาต้านไวรัส นั้น จำเป็นต้องมีวินัยที่ดี ในการกินยา ต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอ และ ตรงต่อเวลา ถ้าหากว่าลืม หรือ เวลาคลาดเคลื่อนไป นึกขึ้นได้ต้องกินยาในทันที และ เริ่มนับเวลาใหม่ หลังจากกินยา  ดังนั้น หากมีวินัย ในการกินยาต้านไวรัส อย่างสม่ำเสมอ และ ตรงเวลาแล้ว ก็อาจลดโอกาส ในการเสี่ยง ที่จะติดเชื้อเอชไอวีได้

ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

จากที่กล่าวมา สามารถสรุปได้ว่า การรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ให้หายขาดได้นั้น ในปัจจุบันยัง ไม่มีผลการยืนยันว่ามีวิธีที่สามารรักษาให้หายขาดได้ ยังคงเป็นสิ่งที่ ทางการแพทย์ทั่วโลก กำลังศึกษา และคิดค้นกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่สำคัญและควรทำมากที่สุด คือ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ป้องกันทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ดูแลตนเองสำรวจตนเองสม่ำเสมอ ถ้าไม่มั่นใจก็ตรวจ เพราะจะได้รู้เท่าทันตนเอง รู้เท่าทันโรค และเพื่อที่จะเข้ารับการรักษาได้โดยเร็วก่อนเข้าสู่ภาวะเอดส์

 

 

-ขอขอบคุณข้อมูลจาก-

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล