ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ไหม

By | เมษายน 15, 2020

ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ไหม

ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ไหม การตรวจเอชไอวี ในแต่ละแบบ จะมีความแตกต่างกันออกไป ปัจจุบันนี้หากว่าคุณติดเชื้อเอชไอวี ระบบภูมิคุ้มกันภาย ในร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสนี้ ซึ่งการตรวจเอชไอวีจะใช้หลัก ในการตรวจหาภูมิคุ้มกันนี้ในเลือด ปกติแล้วจะใช้ระยะเวลาประมาณ 21 วัน หลังจากมีการติดเชื้อเอชไอวี

จึงจะสามารถตรวจพบ ระดับของภูมิคุ้มกันนี้ได้ ทั้งนี้ แพทย์จะให้ตรวจซ้ำที่ 90 วัน เนื่องจากบางครั้ง ในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ที่ผ่านมา อาจจะเป็นช่วงเวลา ฟักตัวของเชื้อ

หากเข้ารับการตรวจ หาเชื้อเอชไอวี ในช่วงของระยะฟักตัว จะได้ผลเป็นลบ ทั้งที่จริง ๆ แล้วอาจติดเชื้อแล้วก็ได้ ด้วยผลที่ออกมานี้ อาจจะทำให้เข้าใจผิด คิดว่าไม่มีการติดเชื้อ แต่ในทางปฏิบัติ หากมีภาวะเสี่ยง ต่อการติดเชื้อแล้วก็ควรไปตรวจซ้ำอีก 3 เดือน หลังจากมีการตรวจครั้งแรกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม การตรวจหาเชื้อเอชไอวี ในแต่ละวิธีอาจมีระยะฟักตัวไม่เท่ากัน

ร้านขายยามีชุดตรวจเอดส์ไหม ปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้มีการประกาศปลดล็อค ให้ประชาชนสามารถหา ซื้อชุดตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสเอชไอวี ที่เป็นสาเหตุ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย มีความบกพร่อง และเสื่อมสภาพลง ด้วยตนเองได้จาก ร้านขายยา ซึ่งเป็นช่องทาง ให้กับผู้ที่ อยากตรวจหาเชื้อด้วยตนเอง และไม่สะดวก ที่จะไปตรวจตามสถานพยาบาล ได้หาซื้อชุดตรวจเอชไอวี ด้วยตนเองได้ง่ายยิ่งขึ้น

เลขาธิการ ของคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้กล่าวถึงสาระสำคัญ ของการแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุข คือ ได้มีการระบุสิ่งสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพมาตรฐาน และข้อกำหนด ซึ่งจำต้องผลิต โดยผู้ผลิตที่ได้รับ การยืนยันเกี่ยวกับ คุณภาพการผลิต ตามมาตรฐาน ระดับประเทศและสากล เช่น มีหลักเกณฑ์ และมีวิธีการที่ดี สำหรับการผลิต รวมไปถึงข้อกำหนด ให้แสดงฉลาก ต่อผู้บริโภคในประเด็นต่าง ๆ เช่น วิธีการใช้งาน วิธีการเก็บรักษา คำเตือน ข้อควรระวัง องค์ความรู้เกี่ยวกับ ระยะเวลาการตรวจหาการติดเชื้อ ไม่พบของชุดตรวจนั้น แบบประเมินความเสี่ยง ต่อการได้รับเชื้อเอชไอวี ด้วยตนเอง มีช่องทางในการ ให้ข้อมูลสนับสนุน ผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าสำหรับในการใช้งาน ชุดตรวจดังกล่าว มีการสาธิตกระบวนการตรวจ การสรุปผล การเชื่อมเข้าระบบบริการ หมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้ คำแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังต้องให้ ผู้รับใบอนุญาตผลิต หรือนำเข้าจัด ให้มีเอกสาร ที่เกี่ยวกับข้อมูล ที่ผู้ถูกตรวจควรจะรู้ ก่อนที่จะมีการตรวจ และภายหลังทราบผลการตรวจ เพื่อให้กระบวนการแนะนำ มีความชัดเจน ยืนยัน รักษาและป้องกัน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าว ต้องผ่านการตรวจสอบจาก อย. โดยอาจเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่ประกาศฯ กำหนด

การยุติปัญหาโรคเอดส์ โดยมีการปลดล็อค ให้ประชาชนได้ มีการเข้าถึง การตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นการเพิ่มทางเลือก ในการตรวจคัดกรอง หาเชื้อเอชไอวี แทนที่จะไปตรวจ ตามสถานพยาบาลต่าง ๆ

นอกจากนี้ ยังทำให้ประชาชน ได้รู้ถึงการติดเชื้อตั้งแต่เริ่มแรก จึงจะมีโอกาสป้องกัน การแพร่เชื้อเอชไอวีไปสู่ผู้อื่น แต่ถ้าหาก ผู้ที่มีความเสี่ยง ต่อการติดเชื้อเอชไอวี เมื่อตรวจเจอเชื้อเร็ว ก็จะสามารถเข้ารับ การรักษา และรับยาต้านได้ไว เพื่อลดการเสี่ยง ในการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งจากเดิมที่ต้องให้ ประชาชนไป ตรวจตามโรงพยาบาล

ก็สามารถหาซื้อชุดตรวจ คัดกรองด้วยตนเอง ได้ตามร้านขายยา แต่ถ้าตรวจแล้วพบการได้รับเชื้อ ก็ควรที่จะไปตรวจยืนยัน ซ้ำตามโรงพยาบาล หรือคลินิกนิรนาม เพื่อให้ได้ผลที่ชัดเจน

ใครบ้างที่ที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี ?

สำหรับผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจเอชไอวี สามารถจัดเป็นกลุ่มได้ ดังนี้

1. ผู้ที่ได้รับความเสี่ยงจากการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่มีความเสี่ยงโดยไม่ได้ป้องกัน หรือผู้ที่มักจะเปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ และไม่ชอบสวมใส่ถุงยางอนามัย
2. ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชายทางทวารหนักโดยไม่ได้ป้องกัน
3. ผู้ที่เสพสารเสพติดร่วมกัน และที่ใช้เข็มฉีดยาในการเสพร่วมกัน
4. หญิงตั้งครรภ์ที่เข้ามาฝากครรภ์ที่สถานพยาบาล ไม่ต้องตกใจหากคุณหมอให้ตรวจ เนื่องจากเป็นหนึ่งในการตเรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์และคลอด หากคุณไม่ได้ติดเชื้อเอชไอวีลูกของคุณก็จะปลอดภัย แต่หากคุณติดเชื้อเอชไอวี คุณหมอก็จะสามารถช่วยลูกของคุณได้ทันจากการติดเชื้อเอชไอวี รู้หรือไม่ว่า หากคุณแม่เป็นผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ลูกที่อยู่ในครรภ์ไม่จำเป็นต้องติดเชื้อเอชไอวีเสมอไป
5. ทารกที่เกิดจากมารดาที่ติดเชื้อเอชไอวี
6. ผู้ป่วยวัณโรค ผู้ป่วยโรคเอชไอวีระยะสุดท้ายมักจะมีโรคแทรกซ้อน
7. ผู้ที่เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
8. บุคลากรทางการแพทย์ที่เกิดอุบัติเหตุที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี
9. ผู้ที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ