เป็นแผลแบบไหน ถึงติดเอดส์ได้

เป็นแผลแบบไหน ถึงติดเอดส์ได้
เป็นแผลแบบไหน ถึงติดเอดส์ได้ ปัจจุบันเอชไอวี หรือ เอดส์ เป็น การติดเชื้อไวรัส ในร่างกาย ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายบกพร่อง จนนำไปสู่ภาวะการเป็นเอดส์ โดยปกติแล้วเชื้อเอชไอวีมักจะอาศัยอยู่ตามร่างกายของสิ่งมีชีวิตเพื่อที่จะได้มีชีวิตรอด เพราะถ้าหากเชื้อได้ออกมาสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมกับธรรมชาติก็มักจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน หลักการของการติดเชื้อผ่านทางเลือดได้นั้น มีหลากหลายช่องทาง จากการให้เลือด จากแม่สู่ลูก จากการสัมผัส และอื่นๆ

เอชไอวี มาจากภาษาอังกฤษคำว่า HIV Human Immunodeficiency Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ของร่างกายโดยมุ่งทำลายเม็ดเลือดขาว ที่สร้างภูมิคุ้มกันโรค ทำให้ร่างกายของเราเกิดภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เมื่อเป็นเช่นนี้ ภูมิคุ้มกันของเราจะต่ำลงเรื่อยๆ มีอาการเจ็บป่วยได้ง่ายจากเชื้อฉวยโอกาส และป่วยเป็นเอดส์

เอดส์ ภาษาอังกฤษใช้คำว่า AIDS มาจากคำว่า Acquired Immuno Deficiency Syndrome อาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง

หรือเรียกได้ว่าโรคเอดส์ คือ ระยะสุดท้ายแล้วของการติดเชื้อเอชไอวี เมื่อร่างกายไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้อีกต่อไปแล้ว โรคต่างๆ ก็จะมาเยือน ไม่ว่าจะเป็น วัณโรค ท้องร่วง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ มะเร็งต่าง ๆ ฯลฯ

เชื้อเอชไอวี หรือโรคเอดส์ สามารถติดต่อกันได้ใน 3 ทางหลัก ๆ คือ
1.สามารถติดต่อกันได้ผ่านทางเลือด เช่น การถ่ายเลือดของผู้ป่วย การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น และส่วนน้อยที่จะติดเชื้อ ก็คือการที่มีส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายมีบาดแผลแล้วไปสัมผัสกับเลือดของผู้ติดเชื้อโดยตรง
2.สามารถติดต่อกันผ่านทางร่วมรักทางเพศ หรือการมีเพศสัมพันธ์ทั้ง ชายหญิง ชายกับชาย โดยเฉพาะการมีเซ็กส์ผ่านทางทวารหนัก ทั้งนี้อาจรวมไปถึงการทำ Oral sex ให้กับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี หรือ เอดส์อยู่
3.สามารถติดต่อผ่านทางแม่สู่ลูก ส่วนใหญ่แล้วแม่ที่มีการติดเชื้อเอชไอวีลูกจะสามารถติดได้ได้ในระหว่างทำการคลอด ส่วนน้อยที่จะติดต่อได้ในระหว่างที่เด็กอยู่ในครรภ์มารดาและระหว่างที่เด็กดูดนมแม่

ทุกวันนี้อาจมีหลาย ๆ คนที่ติดเชื้อเอชไอวีจากแม่ หรือจากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น และอาจจะติดได้ผ่านทางคนรักของตนเอง แต่ทว่าเชื้อเอชไอวีไม่ได้ติดกันง่าย ๆ อย่างที่ใครหลาย ๆ คนคิด เพราะไม่ใช่ว่าการที่เข้าไปยุ่งหรือไปใกล้ชิดกับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีแล้วจะสามารถติดต่อได้เลย ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีความเสี่ยงได้รับสิ่งเหล่านี้มาหรือเปล่า อย่างเช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำจากช่องคลอด บาดแผล และสารคัดหลั่ง โดยจะต้องพิจารณาว่าคุณได้รับเชื้อจากสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาโดยตรงกับผู้ติดเชื้อเลยหรือไม่ เช่น จากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน Oral sex ขณะที่คุณเองมีแผลอยู่ในปาก สิ่งที่กล่าวมาของเขาสัมผัสกับบาดแผลคุณโดยตรง นอกจากนี้การส่งต่อจากเลือดสู่เลือดจะมีความเสี่ยงมากที่สุด ขณะที่การรับจากบาดแผลก็มีความเสี่ยงแต่น้อย เพราะบางครั้งร่างกายก็จะสามารถกำจัดเชื้อได้ แต่อย่างไรเราแนะนำว่าหากคุณไม่มั่นใจขอให้ตรวจเลือดจะดีกว่า หรือรับยาต้านก็จะช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น

สรุปแล้ว เป็นแผลแบบไหน ถึงติดเอดส์ได้ แผลที่สามารถติดเชื้อได้นั้นส่วนใหญ่จะเป็นแผลที่เกิดจากเยื่อบุอ่อนของร่างกาย เช่น แผลในปาก แผลตรงอวัยวะเพศ และแผลเกิดขึ้นตรงทวารหนัก หรือถ้าหากใครคนใดที่มีแผลอยู่ตรงนิ้วมือและนำนิ้วไปสอดใส่ในช่องคลอดของฝ่ายหญิง ก็มีโอกาสน้อยมาก ๆ ต่อการเสี่ยงที่จะติดเชื้อได้ แต่ถ้าหากเป็นแผลที่นิ้วแล้วไปสัมผัสกับเลือดของผู้มีเชื้อเอชไอวีก็มีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้นถ้าหากยังไม่แน่ใจหรือยังเป็นกังวลอยู่ว่าแผลลักษณะนี้มีความเสี่ยงหรือไม่ แนะนำให้ไปปรึกษากับแพทย์ใกล้บ้านประเมินความเสี่ยง หรือตรวจเลือด หากเขินอายก็ซื้อชุดตรวจเอดส์มาตรวจเองได้ที่บ้าน อย่างไรก็ตาม เชื้อเอชไอวี หรือโรคเอดส์มันอาจไม่ได้น่ากลัวหรือน่ารังเกียจอย่างที่คุณคิด จึงอยากให้หลาย ๆ คนมองผู้ป่วยที่ติดเชื้อไปในทางที่ดี และให้กำลังใจเขามากกว่า

ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน ?

ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน

ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน

การตรวจเอดส์ ในผู้ที่มีความเสี่ยง กลายเป็นประเด็นที่ในไทยนั้นยังมีความกลัวไม่กล้าที่จะตรวจ เพราะว่ากลัวผล หรืออายที่จะไปตรวจตามสถานพยาบาล ไม่ทราบว่า ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน ทำให้ปัญหาผู้ติดเชื้อเอชไอวีในไทยเพิ่มสูงขึ้น และผู้ป่วยที่มีอาการทรุดเข้าสู่สภาวะเอดส์ก็มีมากยิ่งขึ้น เนื่องจากกว่าจะทราบว่าติดเชื้อเอชไอวี ส่วนใหญ่ก็จะมีอาการที่ค่อนข้างหนักมากแล้ว การรักษาอาการให้คงตัวและสามารถใช้ชีวิตปกติได้จึงเป็นไปได้ยาก ซึ่งปัญหานี้แท้จริงแล้วสามารถแก้ไขได้ง่ายๆ เพียงแค่ผู้มีความเสี่ยงนั้นกล้าที่จะตรวจ หากผลเลือดออกมาแล้วเป็นลบ ผู้ตรวจเองก็จะได้มีความสบายใจมากขึ้น และรู้จักป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ แต่หากผลเลือดออกมาเป็นบวก ก็รีบเข้ารักษากับทางสถานพยาบาลต่อไปได้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหานี้ อย. หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงทำการปลดล็อก การตรวจ HIV ด้วยตัวเอง

ภายหลังจากที่ อย.  ได้ปลดล็อคให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึง ชุดตรวจ HIV ด้วยตัวเอง ได้แล้ว ซึ่งสามารถตรวจได้เองและทราบผลได้ในทันที ใช้เวลาไม่นาน ตรวจได้เองที่บ้านรวมทั้งได้ผลแม่นยำสูงไม่มีความแตกต่างกับการไปตรวจที่สถานพยาบาลต่างๆ โดยวัตถุประสงค์ของ อย. นั้น ก็เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี และให้ผู้มีความเสี่ยงทราบผลเร็วขึ้นเพื่อนำไปสู่การดูแลและรักษาป้องกันการแพร่เชื้อในทันที

สิ่งที่ ชุดตรวจคัดกรองเอชไอวี เบื้องต้น หรือ ชุดตรวจเอดส์ ด้วยตัวเอง ที่ดี ควรมี ได้แก่

1. การแสดงฉลาก ข้อมูล ที่เป็นส่วนสำคัญ ให้แก่ ผู้ซื้อได้รับทราบ

2. วิธีการใช้งาน ชุดตรวจเอชไอวี

3. วิธีการเก็บรักษา ข้อจำกัดของชุดตรวจ

4. คำเตือนต่าง ๆ รวมไปถึงข้อควรระวัง

5. การให้ คำปรึกษา แนะนำความรู้ ที่เกี่ยวข้องกับระยะการตรวจหา การติดเชื้อเอชไอวี

6. ช่องทาง การให้ข้อมูล สนับสนุน และ เว็บไซต์ ที่ให้ข้อมูล เกี่ยวกับ การตรวจหาเชื้อ

7. การสาธิต วิธีการตรวจ และ การแปลผล ซึ่งต้องแสดงให้เห็น เป็นภาพอธิบาย รายละเอียด ชัดเจนที่สุด

ชุดตรวจเอดส์ ซื้อที่ไหน ชุดตรวจเอดส์ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา หรือในอินเทอร์เน็ต โดยพิจารณาจากร้านที่เชื่อถือและไว้ใจได้ ผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพ มีความแม่นยำสูง ได้รับอนุญาตจาก อย. มีรายละเอียดการใช้งานอย่างชัดเจน โดยที่สามารถหาซื้อมาตรวจได้นั้น จะเป็นเพียง การตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตัวเอง เท่านั้น หากตรวจพบว่าติดเชื้อต้องเข้ารับการตรวจจากสถานพยาบาลอีกครั้งหนึ่ง หรือหากผลปรากฏว่าไม่มีเชื้อต้องพิจารณาว่าอยู่ในระยะ Window period รึเปล่า การตรวจคัดกรองเชื้อควรตรวจที่ระยะเวลา 30 วันหลังจากได้รับความเสี่ยง ผลที่ได้จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

 

ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้รับ ใบอนุญาต ที่จะทำ การผลิต หรือ นำเข้า ชุดตรวจเอดส์นั้น จะต้องมีการ จัดทำเอกสาร ที่ผู้ถูกตรวจควรรู้ การตรวจ หรือ ภายหลังทราบผล การตรวจ เพื่อให้กระบวนการ ให้คำปรึกษา มีความชัดเจน มากที่สุด ตลอดจน ถึงการเชื่อมเข้าสู่ ระบบบริการ การตรวจวินิจฉัย ยืนยัน รักษาและป้องกัน  ในการจัดทำ ข้อมูลดังกล่าว ต้องผ่าน การตรวจสอบจาก อย. โดยอาจจะ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่ได้ประกาศ ไว้ตามที่กำหนด การที่ให้ ประชาชน ได้เข้าถึง การตรวจ การติดเชื้อเอชไอวี ด้วยตัวเองได้นั้น เป็นการเพิ่มทางเลือก ในการตรวจคัดกรอง ให้ผู้มีความเสี่ยง สามารถตรวจ ด้วยตัวเองได้เลย แทนที่จะต้อง เสียเวลา ไปตรวจที่ สถานพยาบาล ซึ่งผลอาจจะ บวก หรือ ลบ ก็ได้ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ ประชาชน ทราบถึง สถานะการติดเชื้อเอชไอวี ตั้งแต่ ระยะเริ่มแรก เพื่อทำให้ มีโอกาสป้องกัน การถ่ายทอด เชื้อเอชไอวี ไปยังบุคคลอื่นได้ หรือ แม้กระทั่ง คน หรือ บุคคล ที่ใช้ชีวิต อยู่ร่วมกัน กับผู้ป่วย ที่ติดเชื้อ นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญ คือ ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ต่อการติดเชื้อเอชไอวี จะได้ตรวจ เพื่อรับรู้ ถึงสถานการณ์ การติดเชื้อได้เร็ว และสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันเวลา ซึ่งอาจจะ เป็นประโยชน์ แก่บุคคล ที่มีความเสี่ยง และบุคคลอื่น ๆ ทั่วไป

ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

 

คำถามที่ว่า  ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม  การรักษาที่ทำให้หายขาดได้นั้น ยังคงอยู่ในระหว่างการศึกษา พัฒนา และ วิจัย ภายใต้หน่วยงาแพทย์ ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีผลการศึกษา ออกมาอย่างแน่ชัด แต่ข่าวดี คือ ในปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อเอชไอวี ที่หายขาดแล้ว 1 คน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ ที่ติดเชื้อเอชไอวีมานาน การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ในปัจจุบันการรักษา ยังคงยึดหลักการเดิม คือ การให้ทานยา เพื่อจะยับยั้งการแบ่งตัว ของเชื้อเอชไอวี ซึ่งเมื่อรับประทานยา เข้าไปแล้ว จะช่วยให้ ผู้ป่วยสามารถ ใช้ชีวิตร่วมกับผู้คน ในสังคมได้เหมือนกับ คนปกติทั่วไป และสามารถมีชีวิต อยู่ต่อได้เหมือนกับ อายุขัยของคนปกติ  การศึกษาวิจัย การรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ในปัจจุบันนั้น กำลังมีการศึกษาอยู่ 3 วิธี คือ

– การปลูกถ่ายไขกระดูก

– การเริ่มกินยาต้านเชื้อเอชไอวี อย่างเร็วภายใน 2 สัปดาห์แรก ก่อนที่ผลการตรวจ anti-HIV จะเป็นบวก

– การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ แต่การศึกษาวิธีอื่น ๆ นี้ยังได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร

ทั้งนี้ การป้องกัน การติดเชื้อเอชไอวี ก็ยังคงเป็น สิ่งที่ดีที่สุด ที่จะทำให้คุณ ห่างไกลจากโรคนี้ได้ และ นอกจากนี้ หากคุณเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงติดเชื้อ หรือ สงสัยว่าตนเองได้รับเชื้อเอชไอวีมา การที่จะสามารถรู้ได้ชัดเจนว่าสรุปแล้วเราติดเชื้อหรือไม่ ก็คงมีทางเดียว คือ ควรไปตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งถ้าหาก ไปตรวจแล้วพบว่ามี การติดเชื้อเอชไอวี จริงก็จะได้สามารถ เข้ารับการรักษาทันที ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เนื่องจากปัญหาในปัจจุบันที่พบอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ติดเชื้อแล้วไม่รู้ตัว และ ส่วนใหญ่ ผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ มักจะมีอาการหนักมากแล้ว หรือ อาจจะมี ภาวะแทรกซ้อน ที่เป็นอันตราย และ ยากต่อการรักษา

ในการรับประทาน ยาต้านไวรัส นั้น จำเป็นต้องมีวินัยที่ดี ในการกินยา ต้องทานยาอย่างสม่ำเสมอ และ ตรงต่อเวลา ถ้าหากว่าลืม หรือ เวลาคลาดเคลื่อนไป นึกขึ้นได้ต้องกินยาในทันที และ เริ่มนับเวลาใหม่ หลังจากกินยา  ดังนั้น หากมีวินัย ในการกินยาต้านไวรัส อย่างสม่ำเสมอ และ ตรงเวลาแล้ว ก็อาจลดโอกาส ในการเสี่ยง ที่จะติดเชื้อเอชไอวีได้

ติดเชื้อ HIVหายได้ไหม

จากที่กล่าวมา สามารถสรุปได้ว่า การรักษาการติดเชื้อเอชไอวี ให้หายขาดได้นั้น ในปัจจุบันยัง ไม่มีผลการยืนยันว่ามีวิธีที่สามารรักษาให้หายขาดได้ ยังคงเป็นสิ่งที่ ทางการแพทย์ทั่วโลก กำลังศึกษา และคิดค้นกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นตอนนี้สิ่งที่สำคัญและควรทำมากที่สุด คือ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ป้องกันทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ดูแลตนเองสำรวจตนเองสม่ำเสมอ ถ้าไม่มั่นใจก็ตรวจ เพราะจะได้รู้เท่าทันตนเอง รู้เท่าทันโรค และเพื่อที่จะเข้ารับการรักษาได้โดยเร็วก่อนเข้าสู่ภาวะเอดส์

 

 

-ขอขอบคุณข้อมูลจาก-

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

น้ำลายคนเป็นเอดส์โดนแผล เสี่ยงไหม?

น้ำลายคนเป็นเอดส์โดนแผล เสี่ยงไหม

การมีโอกาสในการติดเชื้อเอชไอวีจากน้ำลายนั้นถือว่ามีโอกาสน้อยมาก ๆ หรืออาจจะไม่มีเลยก็ว่าได้ ดังนั้นอย่ากังวลไปเลย แต่ถ้าหากว่ามีแผลในปากเกิดขึ้นหรือมีเลือดออก อาจจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นก็เป็นได้ โดยทั่วไปแล้วนั้นเราจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้ป่วยเอชไอวี ได้ตามปกติโดยที่ไม่ต้องวิตกกังวล เช่น การกอด การจับมือ หรือ แม้กระทั่งการจูบแบบปิดปากกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นต้น เราไปดูกันสิว่าแท้จริงแล้ว น้ำลายคนเป็นเอดส์โดนแผล อยู่ในปัจจัยที่ทำให้เราสามารถติดเชื้อเอชไอวีได้หรือเปล่า

ปัจจัยสำคัญที่อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการติดเชื้อเอชไอวี ได้แก่
1. การมีเพศสัมพันธ์ หากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดหรือทางทวารหนักโดยที่ไม่ได้ป้องกัน และหากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจมีความเสี่ยงสูงที่คู่นอนจะได้รับเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกายได้ จากของเหลวในช่องคลอด น้ำอสุจิ หรือ อาจเกิดบาดแผลและมีเลือดออกจากการร่วมเพศ รวมไปถึงการมีกิจกรรมทางเพศด้วยการใช้ปาก โดยความเสี่ยงที่อาจจะได้รับเชื้อเอชไอวีอาจขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่อยู่ในสารด้วย โดยปกติแล้วการมีกิจกรรมทางเพศด้วยการใช้ปากนั้นจะมีความเสี่ยงต่ำที่จะติดเชื้อผ่านทางน้ำลายของอีกฝ่ายได้
2. การใช้เข็มหรือกระบอกฉีดยาร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีอาจจะทำให้ได้รับเชื้อจากเลือดที่อยู่ในอุปกรณ์นั้น ๆ โดยที่ไม่ได้ทำความสะอาดก่อน
3. การรับเลือด

โดยหลัก ๆ มี 3 ทาง ที่สามารถติดเชื้อเอชไอวีได้
– เลือดและการถ่ายเลือดรวมไปถึงการใช้เข็มร่วมกันกับผู้ป่วย หรือเครื่องมือที่ไม่ได้ทำความสะอาดมีคราบเลือดปนเปื้อนอยู่ มีบาดแผลแล้วไปสัมผัสกับเลือด หรือน้ำเหลืองของผู้มีเชื้อ
– ทางการร่วมเพศ การร่วมเพศระหว่างชายหญิง, ชายกับชาย, โดยร่วมเพศทางช่องคลอดหรือทางทวารหนัก รวมทั้ง Oral sex โดยเฉพาะการใช้ปากกับอวัยวะเพศชายที่มีเชื้อเอชไอวี
– จากแม่สู่ลูก ส่วนใหญ่แล้วอาจติดเชื้อระหว่างการทำคลอด และส่วนน้อยที่ติดเชื้ออยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์และระหว่างที่แม่ให้นมลูก เป็นต้น

จากที่กล่าวมานั้น กรณีที่เราจะสัมผัสน้ำลายของผู้เป็นเอดส์ หรือมีเชื้อเอชไอวี โดยปกติแล้วคงมีเพียง 3 กรณี คือ จูบ การออรัลเซ็กส์ และการเล้าโลมโดยลิ้นนั่นเอง ดังนั้นคำถามที่ว่า น้ำลายคนเป็นเอดส์โดนแผลเสี่ยงไหม ก็คงต้องพิจารณาด้วยเรามีแผลที่ส่วนใดส่วนหนึ่งตามตำแหน่งที่จะมีโอกาสสัมผัส ก็มีความเป็นไปได้ที่เราจะเสี่ยง แต่นับว่าน้อย ทางที่ดีที่สุด คือ สำรวจร่างกายตนเองสักนิดว่าเป็นแผลอะไรหรือไม่ และพยายามหลีกเลี่ยงบริเวณนั้น ที่สำคัญหากมีเพศสัมพันธ์ควรป้องกันอย่างเคร่งครัด แต่ถ้าหากว่าเผลอทำพฤติกรรมเสี่ยงไปแล้วล่ะก็ แอดแนะนำว่าตรวจให้รู้ผลไปเลยจะดีกว่า เดี๋ยวนี้การตรวจเอชไอวีนั้นสามารถทำได้สะดวกมากขึ้น ทั้งไปตรวจที่สถานพยาบาล หรือหากคุณเสี่ยงมามากกว่า 21 วันแล้ว ก็สามารถสั่งซื้อชุดตรวจเอชไอวีจากอินเตอร์เน็ตมาตรวจได้ค่ะ เพราะในปัจจุบันชุดตรวจเหล่านี้มีมาตรฐานมากขึ้น สามารถตรวจได้แม่นยำและรู้ผลเร็ว  ถ้าผลเป็นบวก คือมีโอกาสติดเชื้อก็ให้ไปตรวจยืนยันผลอีกครั้งที่สถานพยาบาล แต่ถ้าหากเป็นลบก็สบายใจได้เลย สุดท้ายนี้แอดขอฝากข้อความไว้เพื่อเตือนใจทุกคนที่กำลังอ่านอยู่ว่า “เลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง ป้องกันเสมอ ไม่มั่นใจก็ตรวจ” แค่นี้คุณก็รู้เท่าทันเอชไอวีแล้วค่ะ

 

 

-ขอบคุณข้อมูลจาก กองบรรณาธิการ HONESTDOCS-

ใครเคยสั่งชุดตรวจเอดส์ในอินเตอร์เน็ตบ้าง?

 

ใครเคยสั่งชุดตรวจเอดส์ในอินเตอร์เน็ตบ้าง?

จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุญาตให้สามารถใช้ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองได้ โดยที่ต้องได้รับใบอนุญาตขาย ผลิต หรือนำเข้าจากอย.ก่อนนั้น ทำให้ปัจจุบันมีชุดตรวจเอชไอวีถูกนำมาขายตามอินเตอร์เน็ตมากขึ้น และพูดได้เลยว่าส่วนใหญ่ร้านค้าเหล่านั้นยังไม่มีใบอนุญาตขาย ผลิต หรือนำเข้าเลย ดังนั้นหากผู้ที่มีความเสี่ยงและสนใจที่จะตรวจควรพิจารณาเลือกร้านค้าที่ดีของมีคุณภาพ โดยควรที่จะขอดูเลขอย.ของชุดตรวจก่อนเสมอ

จากที่ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเองในปัจจุบันมีความแม่นยำสูงถึงแม้จะสั่งตามอินเตอร์เน็ต ก็จะควรคำนึงถึงความปลอดภัยและคุณภาพของชุดตรวจในการเลือกซื้อสินค้าอีกด้วย จากผู้ที่เคยสั่ซื้อชุดตรวจเอชไอวีในอินเตอร์เน็ตได้พูดถึงเกี่ยวกับชุดตรวจเอชไว้ โดยมีใจความ ดังต่อไปนี้ คือ อย่าไปกังวลว่าการซื้อผลิตภัณฑ์ชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่น่าอาย ชุดตรวจเอดส์ที่ปลอดภัยหรือมีความแม่นยำสูงจะต้องแสดงฉลากข้อมูลส่วนสำคัญให้ผู้บริโภครับทราบ เช่น ข้อบ่งใช้ วิธีการใช้ วิธีการเก็บรักษา คำเตือน ข้อควรระวัง เป็นต้น ทั้งนี้ชุดตรวจเอชไอวีที่ได้มาตรฐานจะต้องมีเลขอย.

ทั้งนี้ผู้จะใช้ชุดตรวจเอชไอวีควรจะมีความรู้เกี่ยวกับระยะการตรวจหาการติดเชื้อของชุดตรวจนั้น ๆ ประเมินว่าตัวเองมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีหรือไม่ นานเท่าไหร่แล้ว สามารถตรวจได้หรือยัง ซึ่งผู้ขายจะมีคู่มือแนะนำการใช้งานและรายละเอียดที่ชัดเจนอยู่แล้ว และมีข้อความว่า ใช้ตรวจคัดกรองเบื้องต้นด้วยตนเองเท่านั้น หากตรวจพบมีปฏิกิริยา (reactive) ต้องได้รับการตรวจยืนยันการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวีจากหน่วยบริการที่สามารถตรวจยืนยันวินิจฉัยได้  ทั้งนี้ผู้ขายที่ดีมักจะแนะนำเรื่องระยะเวลาหลังจากมีความเสี่ยงแล้วที่สามารถตรวจได้ การแปลผล ให้ผู้ตรวจรู้เสมอ ซึ่งสำคัญที่สุด หากคุณซื้อชุดตรวจเอชไอวีมาจากอินเตอร์เน็ตและพบว่าเป็นผลบวก คือ มีโอกาสพบเชื้อ คุณควรที่จะรีบไปตรวจยืนยันอีกครั้งที่หน่วยบริการ เพื่อยืนยันว่าคุณติดเชื้อหรือไม่ อย่าลังเล เพราะว่าเชื้อเอชไอวีในระยะแรกนั้น หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาสามารถใช้ชีวิตได้อย่างคุณปกติ

ชุดตรวจเดี๋ยวนี้ความแม่นยำสูงมากในระดับหนึ่ง หากคุณวิตกกังวลจนเกินไป พอมีอะไรเกิดขึ้นนิดหน่อย คุณก็กลัวว่ามันเป็นผลจากเชื้อหรือเปล่า ซึ่งเป็นเรื่องที่คนที่เสี่ยงมาหลายคนเป็น ชุดตรวจที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ หรืออนุญาตให้ขายในประเทศก็มีอยู่มาก แต่ด้วยที่สมัยนี้มีชุดตรวจเถื่อนออกมาเยอะมาก ขายในออนไลน์เป็นส่วนใหญ่จึงควรเลือกซื้อชุดตรวจที่ได้มาตรฐาน และควรจะเลือกซื้อกับผู้ที่ให้คำปรึกษาได้ ทั้งนี้ความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับชุดตรวจที่ซื้อมาตรวจเอง ควรจะมีค่าความแม่นยำ ความไวสูงๆ และเป็นชุดตรวจที่ได้มาตรฐาน

วิธี อยู่ ร่วม กับ คน ติด เชื้อ เอดส์ ควรปฏิบัติตนอย่างไร

วิธีอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี

วิธี อยู่ ร่วม กับ คน ติด เชื้อ เอดส์ ควรปฏิบัติตนอย่างไร

หากเรามีความจำเป็นต้องอยู่ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ HIV โดยเราไม่ต้องกังวลว่าเราจะติดเชื้อไวรัส HIV รึเปล่า แต่ถ้าหากเราทราบถึงวิธีหรือแนวทางการป้องกันหรือการปฏิบัติต่อผู้ป่วยโรคเอดส์ได้อย่างถูกต้อง โดยเริ่มศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวกับโรคเอดส์ ทั้งสาเหตุ อาการ การติดต่อ และการรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยให้ดูแลผู้ป่วยอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตจิตใจที่ดีขึ้น หากผู้ที่จำเป็นต้องอาศัยอยู่กับผู้ป่วยเอดส์หรือผู้ติดเชื้อเอชไอวีจริง ๆ โดยเฉพาะคนในครอบครัวนั้น จึงเป็นบุคคลสำคัญที่ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตจิตใจที่ดีขึ้น เพราะนอกจากคอยให้กำลังใจแล้ว ยังต้องคนดูแลผู้ป่วยให้มีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้สามารถอำนวยความสะดวกและเหมาะสมแก่ผู้ป่วยด้วย โดยทั่วไปเราจะสามารถติดเชื้อเอชไอวีได้จาก 3 ช่องทางหลักๆ คือ ติดต่อผ่านทางเลือด หรือการมีเพศสัมพันธ์ และจากแม่สู่ลูกในครรภ์ แต่ผู้ที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี ก็ต้องดูแลตัวเองไม่ให้ติดเชื้อด้วยเหมือนกัน เช่น

1. การปฏิบัติต่อผู้ป่วยเหมือนคนปกติ คอยรับฟังปัญหาพร้อมกับให้คำปรึกษาที่ดีและถูกต้องแก่ผู้ป่วย เพื่อทำให้เขารู้สึกสบายใจ

2. การทำที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง ควรจัดบริเวณที่อยู่อาศัยให้เหมาะแก่การผ่อนคลายเพื่อไม่ใช้ผู้ป่วยเครียด

3. การดูแลสุขภาพของผู้ป่วย ควรให้ผู้ป่วยหมั่นพลิกตัวและทำกายภาพบำบัด เพื่อป้องกันปัญหาทางสุขภาพที่ตามมาในภายหลัง อย่างเช่นแผลกดทับหรือข้อติดแข็ง เป็นต้น

4. การดูแลด้านอาหารสำหรับผู้ป่วย อาหารก็เป็นสิ่งสำคัญด้วยเช่นกัน ควรมีความสะอาดเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นวัตถุดิบ อุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว และผู้ประกอบอาหารก็ควรดูแลความสะอาดด้วยเช่นกัน

5. การให้ผู้ป่วยรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ ควรสร้างวินัยให้กับผู้ป่วยในการรับประทานยาครบทุกมื้ออย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันประสิทธิภาพของยาลดลง

การใช้ชีวิตร่วมกันกับผู้ติดเชื้อ เอชไอวี นอกจากจะต้องดูแลผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีแล้วก็ควรระมัดระวังในการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยด้วยเช่นกัน โดยสวมถุงมือยางทุกครั้งและล้างมือด้วยสบู่เหลว รวมถึงแยกทิ้งขยะที่มีสารคัดหลั่งปะปนออกจากขยะชนิดอื่น ๆ อีกด้วย และควรใช้ความระวังให้มากขึ้น เมื่อถือเข็มฉีดยาหรือของมีคมต่าง ๆ ที่มีเลือดของผู้ป่วยติดอยู่ รวมถึงการใช้ห้องน้ำร่วมกับผู้ติดเชื้อก็ควรมีความระมัดระวังด้วยเช่นกัน

 

                         -ขอขอบคุณ ที่มาของข้อมูลโดย กองบรรณาธิการ HONESTDOCS –

ระยะเวลาผลตรวจ NAT เร็วหรือช้ากว่าการตรวจปกติอย่างไร?

ระยะเวลาผลตรวจ NAT

ระยะเวลาผลตรวจ NAT เร็วหรือช้ากว่าการตรวจปกติอย่างไร?

การตรวจ NAT คืออะไร ระยะเวลาผลตรวจ NAT นั้น ช้าหรือเร็วแค่ไหน ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตรวจ NAT กันก่อนดีกว่า การตรวจ NAT (Nucleic Acid Amplification Testing) เป็นการตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยตรงของเชื้อ โดยใช้การตรวจหาเชื้อและหาผลที่น่าเชื่อถือได้หลังสัมผัสเชื้อราว ๆ 1 สัปดาห์ โดย “แนท” เป็นการตรวจวินิจฉัยหาเชื้อเอชไอวีในรูปแบบใหม่ที่คลินิกนิรนามต่าง ๆ และนำมาใช้เป็นแนวทางในการตรวจแบบแนท

 

การตรวจ NATอาจเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุด

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวี หรืออาจมีความวิตกกังวล หลังจากที่ได้รับความเสี่ยงมา  โดยนวัตกรรมนี้จะมีความรวดเร็ว ปลอดภัย และแม่นยำสูงมาก หากท่านไม่จำเป็นต้องรอเป็นระยะเวลานานถึงหนึ่งเดือนอย่างที่ผ่านมา ส่วนใหญ่ผู้ที่มีความสุ่มเสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี จะสามารถตรวจพบเชื้อโดยวิธีการตรวจแนทได้ที่ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังได้รับความเสี่ยงมา แต่วิธีการนี้ยังไม่ใช้โดยทั่วไปในการตรวจคัดกรอง เพราะอาจเกิดผลบวกปลอม (false positive) ดังนั้นการติดตามคนเหล่านี้หลังจากได้รับยาต้านไปประมาณ 10-12 เดือน จึงนัดตรวจเลือดอีกครั้ง เพื่อตรวจว่าในเลือดและในน้ำคัดหลั่งไม่มีเชื้อยังมีเชื้ออยู่หรือไม่

หากนำเม็ดเลือดขาวของคนไข้ไปตรวจและพบว่าแทบจะไม่มีเชื้อแฝงอยู่ในเม็ดเลือดเลยเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะโดยธรรมชาติผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวีจะมีตัวเชื้อไปแฝงตัวอยู่ในเม็ดเลือดขาวทำให้ไม่สามารถรักษาให้หายขาด โดยโอกาสที่ผู้ป่วยจะหายเองได้นั้นมีมากขึ้น ถ้าผู้ป่วยกินยาต้านไปแล้ว 5 ปี ก็สามารถหยุดยาได้โดยที่เชื้อไม่กลับมาอีก อาจไม่ต้องกินยาไปตลอดชีวิตทั้งที่อาจจะมีเชื้ออยู่แต่เชื้อจะไม่โผล่ออกมา แต่อย่างไรก็ตามต้องคิดเสมอว่า ทุกคนอยู่ในกลุ่มเสี่ยงและควรที่จะไปตรวจเลือดในทุก ๆ 1 ปี หรือมากกว่านั้นก็ได้ถ้าอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมาก ถ้าตรวจเจอเร็ว รักษาเร็ว เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และเพื่อมีสุขภาพที่ดีขึ้นเทียบเท่าผู้ที่ไม่ติดเชื้อ

สรุปแล้วระยะเวลาผลตรวจ NAT ใช้เวลาเท่าใด

สามารถทราบผลได้ภายใน 1 วัน และสามารถตรวจในผู้ที่มีความเสี่ยงมาแล้ว 3-7  การตรวจแนทจึงเป็นวิธ๊การตรวจที่รวดเร็วที่สุดในบรรดาการตรวจเอชไอวี โดยถ้าตรวจกับชุดตรวจธรรมดาทั่วไปจะสามารถตรวจเจอหลังได้รับเชื้อแล้ว 3-4 สัปดาห์ ซึ่งเป็นชุดตรวจสมัยใหม่บางชนิดด้วยเหตุนี้ การตรวจเชื้อผ่าน “แนท” จึงเป็นการช่วยย่นระยะเวลาการฟักตัวของเชื้อเอชไอวี และจะทำให้เรารู้เร็วผลที่เร็วยิ่งขึ้น โดยที่ไม่ต้องรอผลนานเกินไป หมดกังวล และเมื่อรู้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เราก็สามารถป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยได้เร็ว และยังสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้ด้วย โดยประโยชน์ของการตรวจ “แนท” คือ จะมีความแม่นยำ และรวดเร็วกว่าการตรวจแบบธรรมดาทั่วไป ที่ตรวจหาแอนติบอดีที่ต้องอาจจะใช้ระยะเวลารอหลังเสี่ยงประมาณ 2 – 12 สัปดาห์

-ขอขอบคุณข้อมูลจาก สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ-

การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV ควรเริ่มต้นอย่างไร ?

การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV

 

การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV

หากรู้ว่าตัวเองติดเชื้อ HIV เราควรคำนึงถึงการดูแลตัวเองเป็นหลัก ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาหาร การใช้ห้องน้ำ หรือการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเราจะนำเชื้อไปแพร่หรือเปล่า ท่านจะต้องรู้จักป้องกันตัวเอง เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่ได้ง่าย สามารถบอกคนรอบข้างได้ว่าตนเองนั้นเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวี ถึงแม้ว่าการเปิดเผยตนเองนั้นอาจจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่ดีหรืออึดอัดใจได้ แต่การบอกคนที่เรารักหรือครอบครัว เพื่อน บุคคลใกล้ชิด แม้กระทั่งคู่นอนทราบว่าตนเองเป็นผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะทั้งตนเองและคนรอบข้างนั้นจะได้เตรียมรับมือและปฏิบัติตัวตามข้อควรระวังหรือขั้นตอนต่าง ๆ ในการดูแลได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัย

การดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่าติดเชื้อควรทำดูแลยังไงบ้าง?

1.การรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดตรงเวลา การดูแลตัวเองเมื่อติดเชื้อ HIV หนึ่งในสิ่งที่ควรทำ คือ ควรรับประทานยาอย่างเคร่งครัดตรงเวลา

2.การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์แก่ร่างกาย เช่น ผัก ผลไม้ พืชตระกูลถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี และแหล่งโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เพราะการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อาจช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่แข็งแรง

3.การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม นอกจากการออกกำลังกายจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงแล้วนั้น ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพจิตและบุคลิกภาพที่ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

4.การดูแลสุขภาพจิต เป็นเรื่องปกติที่ผู้ป่วยจะรู้สึกเครียดจากโรคที่ตนเองเป็นอยู่ หรือซึมเศร้า และวิตกกังวลเป็นอย่างมากหลังจากทราบว่าตนเองติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งผู้ป่วยสามารถสอบถามข้อมูลด้านนี้เพิ่มเติมได้จากสถานพยาบาลผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วไปได้

5.การสูบบุหรี่ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีอาจจะมีแนวโน้มที่จะได้รับผลข้างเคียงต่าง ๆ จากการสูบบุหรี่ มากกว่าคนทั่วไป และบุหรี่ยังเพิ่มความเสี่ยงและก่อให้เกิดโรคร้ายแรงอื่น ๆ ตามมาด้วย

6.เลิกใช้ยาเสพติด การใช้ยาเสพติด เช่น โคเคน เฮโรอีน หรือยาบ้า อาจทำให้อาการต่าง ๆ ของผู้ป่วยแย่ลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสพยาด้วยการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่นอาจทำให้เสี่ยงติดเชื้อต่าง ๆ ที่อาจจะทำให้เชื้อเอชไอวีในร่างกายเจริญเติบโตได้รวดเร็ว

7.ลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อเอชไอวีสู่ผู้อื่น เชื้อเอชไอวีสามารถแพร่กระจายผ่านทางของเหลวต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น เลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่น และน้ำนม ดังนั้น ผู้ติดเชื้อเอชไอวีควรใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อแก่คนที่เรารัก

8.การป้องกันตนเองจากการติดเชื้ออื่น ๆ หมั่นรักษาสุขภาพปากและฟันหลังรับประทานอาหารทุกครั้ง ด้วยการแปรงฟันทุกครั้งฟลังรับประทานอาหาร หรือหมั่นตรวจสุขภาพช่องปากกับทันตแพทย์ปีละครั้ง ผู้ป่วยไม่ควรใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น เพราะผู้ติดเชื้อเอชไอวีมีภูมิต้านทานโรคต่ำกว่าคนปกติ จึงอาจทำให้ติดโรคได้ง่าย

 

 

-ขอขอบคุณข้อมูลจาก POBPAD-

ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทํางาน ตรวจอะไรบ้าง เจอ HIV หรือเอดส์ ไหม

ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ตรวจอะไรบ้าง? เจอ HIV ไหม

ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทํางาน ตรวจอะไรบ้าง
ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทำงาน ตรวจอะไรบ้าง ของแต่ละบริษัทหรือโรงงานต่าง ๆ นั้นจะแตกต่างกันออกไป แล้วเราจะเจอการตรวจอะไรบ้าง มีการตรวจ HIV ไหม จะตรวจเจอเอดส์ หรือตรวจอะไรมากกว่าปกติหรือเปล่า การตรวจสุขภาพอาจขึ้นอยู่กับลักษณะงานและหน้าที่ที่รับผิดชอบของแต่ละบริษัทหรือหน่วยงาน เพราะแต่ละตำแหน่งงานมีความเสี่ยงและความจำเป็นในการตรวจสุขภาพไม่เหมือนกัน ดังนั้นแต่ละบริษัทหรือโรงงานจะมีการตรวจร่างกายไม่เหมือนกัน ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน ของบางบริษัทหรือบางโรงงานก็ให้ตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์ X-ray ปอด เจาะเลือด แต่อาจจะมีบางบริษัทหรือบางโรงงานที่ไม่ต้องเจาะเลือด หรือบางบริษัทอาจให้ไปตรวจกับโรงพยาบาลที่เจาะจง หรือบางที่ก็อาจจะให้ไปตรวจด้วยตนเอง ตามรายการที่ระบุไว้ โดยทีมแพทย์จะสอบถามประวัติเพื่อหาความเสี่ยงของโรค โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ครอบครัวที่มีประวัติทางด้านการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น การตรวจสุขภาพเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคต่าง ๆ สามารถรับการตรวจได้ฟรี ปีละ 1 ครั้ง เช่น การตรวจมะเร็ง ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ตรวจการทำงานของไต และตรวจไขมันในเส้นเลือด เป็นต้น

ตรวจสุขภาพก่อนเข้าทํางาน ตรวจอะไรบ้าง โดยทั่วไปแล้ว การตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงาน ที่บริษัท หรือ โรงงานต่าง ๆ มีพื้นฐานในการตรวจดังต่อไปนี้
• การตรวจสุขภาพพื้นฐาน เช่น การถามประวัติและตรวจร่างกายทั่วไปโดยทีมแพทย์ ตรวจชีพจร ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน เป็นต้น
• การตรวจสายตา หรือตรวจหู เพื่อวัดความสามารถในการมองเห็นและการได้ยินเสียง สำหรับงานที่จำเป็นต้องใช้สายตา หรือการได้ยินเสียง
• การตรวจ X-ray ปอด ตรวจโรคระบบทางเดินหายใจ
• การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรืออุจจาระ
• การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด
• การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
• การตรวจโรคติดต่อต่าง ๆ เช่น ไวรัสตับอักเสบ วัณโรค และโรคติดเชื้อเอชไอวี (ตรวจหาเชื้อ hiv)
• การตรวจสุขภาพฟัน
• การตรวจการตั้งครรภ์
• การตรวจอื่น ๆ เช่น ตรวจหาสารเสพติด ตรวจหาเชื้อ HIV ตรวจโรคเอดส์ หรือที่เฉพาะอาชีพ หรือตามลักษณะงาน ตามข้อกำหนดของบริษัท หรือองค์กรนั้น ๆ

 

-ขอขอบคุณ ที่มาของข้อมูลโดย กองบรรณาธิการ HONESTDOCS-

ข้อควรทราบ เมื่อใช้ ชุดตรวจ HIV ด้วยตัวเอง

 

“ชุดตรวจ HIV ด้วยตัวเอง” นับเป็นเรื่องที่ดีในการป้องกันและลดการแพร่กระจายเชื้อเอชไอวี จากการที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศเรื่อง ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง พ.ศ. 2562 ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ประชาชนในสังคมให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการตรวจการติดเชื้อเอชไอวีด้วยวิธีดังกล่าวอย่างมากมายถึงความแม่นยำ ความปลอดภัย และข้อควรระวัง หรือควรรู้อะไรบ้างที่เราจำเป็นต้องรู้หรือทำความเข้าใจ หากมีชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองหรือ HIV Self Testing (HIVST) ที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) วางขายในท้องตลาด เพื่อเพิ่มทางเลือกในการคัดกรองการติดเชื้อแทนที่จะต้องไปตรวจที่ รพ เท่านั้น

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า การอนุญาตให้ประชาชนเข้าถึงการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเองในครั้งนี้เป็นมาตรการหนึ่งที่ช่วยเรื่องการยุติปัญหาเอดส์โดย อย.ได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อเอชไอวี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชุดตรวจที่เกี่ยวข้องกับการตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง พ.ศ. 2562 ซึ่งประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2562 และมีผลบังคับทันที

 

 

การที่ปัจจุบันมีชุดตรวจที่สามารถตรวจได้ด้วยตัวเองนั้น ทำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสามารถตรวจหาเชื้อได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากการวินิจฉัยแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความกังวลใจ ไม่ปล่อยให้ตัวเองมีอาการ หรือพบการติดเชื้อในระยะที่ทำการรักษาลำบาก ยิ่งตรวจพบได้รวดเร็ว ยิ่งรักษาและดูแลรางกายได้ง่าย อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ตามปกติได้ ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการรับเชื้อเอชไอวียังสามารถหาซื้อ ชุดตรวจ HIV ได้ตามร้านขายยาทั่วไป สร้างพฤติกรรมการตรวจให้เข้าถึงง่ายและไม่อายที่จะตรวจหาเชื้อ นอกจากนี้ถ้าผู้รับการตรวจติดเชื้อเอชไอวี จะทำให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง รวดเร็ว ได้รับทราบข้อมูลในการดูแลสุขภาพให้แข็งแรง รวมถึงเทคนิคในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีและนำไปสู่ผู้ป่วยโรคเอดส์เต็มขั้น

 

ข้อควรทราบ เมื่อใช้ ชุดตรวจ HIV ด้วยตัวเอง

การตรวจหาเชื้อ HIV ด้วยตัวเอ นอกจากจะมีข้อดีในหลายๆด้าน แต่ผู้ที่ต้องการตรวจจำเป็นต้องทำความเข้าใจวิธีการใช้ วิธีอ่านค่าอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ผลที่ใกล้เคียงกับความจริงให้ได้มากที่สุด ทำความเข้าใจว่า ระยะ window period คืออะไรและมีความสำคัญอย่างไร ในกรณีที่ใช้เครื่องตรวจไม่ถูกต้อง เช่น อ่านค่าจากชุดตรวจผิด ใช้ตรวจผิดเวลา หรือแม้กระทั่งการตรวจเพียงครั้งเดียว อาจไม่สามารถยืนยันผลการตรวจได้แน่ชัด 100% นอกจากนี้การตรวจเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ยังอาจทำให้เกิดผลกระทบทางจิตใจมากขึ้นไปด้วย หากใช้ชุดตรวจดังกล่าวแล้วพบว่ามีปฏิกิริยา (reactive) ต้องได้รับการตรวจยืนยันการวินิจฉัยการติดเชื้อเอชไอวี จากหน่วยบริการที่สามารถตรวจยืนยันวินิจฉัยได้อีกครั้งหนึ่งเสมอ ไม่ควรตรวจเองเพียงครั้งเดียวแล้วเข้าใจว่าตัวเองติด/ไม่ติดเชื้อไปเอง เพราะชุดตรวจเป็นการตรวจสอบเพียงเบื้องต้นเท่านั้น