เชื้อเอชไอวี เกิดขึ้นเองได้ไหม เชื้อเอชไอวีมาจากไหน ติดต่อผ่านช่องทางไหนได้บ้าง ตรวจHIV จำเป็นไหม 

เชื้อเอชไอวี เกิดขึ้นเองได้ไหม

เชื้อเอชไอวี เกิดขึ้นเองได้ไหม เชื้อเอชไอวีมาจากไหน ติดต่อผ่านช่องทางไหนได้บ้าง ตรวจHIV จำเป็นไหม

 

เชื้อเอชไอวีมาจากไหน

เชื้อไวรัสเอชไอวี ที่ก่อให้เกิดโรคเอดส์ ไม่มีใครทราบอย่างแท้จริงว่ามาจากสิ่งใด และไม่ทราบว่า มีการแพร่และติดต่อในมนุษย์ตอนไหน มีแต่สิ่งที่สันนิษฐานกันว่ามีต้นตอจากลิงในทวีปแอฟริกา เพราะในลิงเองนั้นก็มีโรคเอดส์แต่ไม่ได้เป็นเชื้อตัวที่ทำให้เกิดโรคเอดส์ในคน เพียงแต่คล้ายคลึงกันอยู่จึงกลายเป็นการสันนิษฐานดังที่กล่าวมา ทั้งนี้อาจจะมาสู่คนอีกทั้งมีการพัฒนาตนเองจนเป็นสายพันธุ์ที่อันตรายต่อมนุษย์

 

เชื้อเอชไอวี ติดต่อกันได้จากมนุษย์สู่มนุษย์ ซึ่งจะติดต่อกันได้ผ่านการ

  • มีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือไม่ได้ป้องกันกับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี ไม่ว่าจะผ่านทางช่องคลอด ทางทวารหนักหรือการทำรักด้วยปาก หรือที่เรียกกันว่าออรัลเซ็กส์ ซึ่งการติดเชื้อเอชไอวีนั้นสามารถติดได้ทั้งในชายและหญิง โดยข้อมูลจากทางกองระบาดวิทยา พบว่าผู้ติดเชื้อเอชไอวีกว่า 83% ได้รับเชื้อมาจากการมีเพศสัมพันธ์
  • การรับเชื้อทางเลือดและน้ำเหลือง ไม่ว่าจะจากการผ่าตัดต่าง ๆ การปลูกถ่ายอวัยวะ (ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองเชื้อเอชไอวีก่อนอยู่แล้ว ทั้งในผู้มาบริจาค และตรวจก่อนการให้เลือดจึงมีความปลอดภัย 100%) อุบัติเหตุ เช่น การถูกเข็มที่มีเลือดของผู้ติดเชื้อเอชไอวีทิ่มตำ หรือเลือดผู้ติดเชื้อเอชไอวีกระเด็นเข้าตา หรือการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อHIV นอกจากนี้อาจจะติดเชื้อผ่านทางแผลที่เป็นแผลเปิดแผลสดแล้วสัมผัสกับน้ำเหลืองหรือเลือดของผู้ติดเชื้อ HIV
  • การติดต่อจากแม่สู่ลูกในครรภ์
หากจะถามว่า เชื้อเอชไอวี เกิดขึ้นเองได้ไหม คำตอบคือ ไม่ได้ เชื้อเอชไอวีจะไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นมาเองได้

 

หากไม่ได้มีความเสี่ยง ทั้งการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ปลอดภัย ไม่เคยรับเลือด ไม่เคยให้แผลเปิดแผลสดสัมผัสน้ำเหลืองหรือเลือดของผู้ติดเชื้อ ไม่เคยใช้เข็มร่วมกับใคร ไม่เคยโดนเข็มทิ่มตำ ไม่เคยใช้เข็มฉีดยาร่วมกับใคร ก็จะไม่ติดเชื้อHIV

 

 

ตรวจHIV จำเป็นไหม

ถ้าไม่แน่ใจว่าตนเองเคยมีความเสี่ยงมาบ้างหรือเปล่า การตรวจเอชไอวีก็เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน ควรที่จะเข้ารับการตรวจทุกคน อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิต อาจจะเป็นการตรวจเช็คสุขภาพอย่างหนึ่งก็ได้ หากไม่สะดวกใจที่จะไปเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล ปัจจุบันสามารถตรวจด้วยตนเองได้แล้ว ด้วยชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง ซึ่งสามารถซื้อไปตรวจได้ที่บ้านและมีคู่มือเข้าใจง่ายในการแปลผลการตรวจ

 

 


ชุดตรวจ HIV

ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง อินสติ ได้รับการรับรองจาก Health Canada, WHO Prequalified และ CE Marked เลขอย.ไทย  64-2-1-1-0000679

สามารถหาซื้อ อินสติ ได้ที่ร้านขายยาทั่วประเทศ ค้นหา ร้านขายยาจำหน่าย อินสติ ได้ที่นี่ Click

สั่งซื้อ จากผู้นำเข้า และจัดจำหน่าย โดยตรง

 

 

 

 

HIV ติด ง่าย ไหม pantip ความคิดเห็นของชาวพันทิป ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี

HIV ติด ง่าย ไหม pantip , HIV Test , HIV Self Test , ตรวจเอดส์รู้ผลทันที , ตรวจเอดส์ด้วยตนเอง

HIV ติด ง่าย ไหม pantip ความคิดเห็นของชาวพันทิป ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี

 

HIV สามารถติดต่อได้ผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน จากแม่สู่ทารกในครรภ์ และการใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี แต่จำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี ส่วนมากแล้วจะติดมาจากการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน

 

HIV ติด ง่าย ไหม pantip ความคิดเห็นของชาวพันทิป


ความคิดเห็นส่วนใหญ่ ก็จะตอบประมาณว่า โอกาสติดมีอยู่แล้วหากมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน และแนะนำให้ป้องกันทุกครั้งไม่ว่าจะกับคนไหน หรือกิจกรรมทางเซ็กส์แบบใด แต่ก็มีความคิดเห็นบางส่วนที่นำตัวเลขในงานวิจัยเกี่ยวกับโอกาสในการติดเอชไอวีมาเสนอ และการติดเชื้อเอชไอวีขึ้นกับปัจจัยต่าง ๆ ด้วย

 

แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่า การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ก็ต้องมีโอกาสเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ นอกจากจะต้องป้องกันแล้ว ควรจะตรวจคัดกรองการติดเชื้อHIVด้วย

ประเด็นน่าสนใจเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี


แน่นอนว่าการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีนั้น เป็นสิ่งที่มีโอกาสจะประสบพบเจอได้ บางคนเป็นเพื่อนกัน เป็นรูมเมท เป็นคนในครอบครัว หรือเป็นแฟน ซึ่งบางท่านที่อาจจะมีความเข้าใจผิดในประเด็นต่าง ๆ อยู่บ้าง โดยเฉพาเรื่องการปฏิบัติตัว ทำอย่างนี้จะติดเชื้อหรือไม่ สับสนกันไปใหญ่ วันนี้เรามีตัวอย่างที่บอกว่าทำแบบนี้ไม่ติดเชื้อ

  1. การสัมผัสซึ่งกันและกัน เช่น กอด โอบ จับมือ ไม่ทำให้ติดเชื้อ
  2. ว่ายน้ำด้วยกันก็ไม่ติดเชื้อ
  3. รับประทานอาหารร่วมกันได้ โดยใช้ช้อนกลาง เพราะเป็นเรื่องสุขอนามัยเบื้องต้นที่คนทำกันในคนทั่วไป
  4. หากสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ ก็ให้รีบไปทำความสะอาดอวัยวะที่เราไปสัมผัสให้เรียบร้อย แต่ทางที่ดีควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นเลือด น้ำเหลือง น้ำอสุจิ น้ำในช่องคลอดเป็นต้น
  5. ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟัน ผ้าเช็ดตัว มีดโกนหนวด เข็ม
  6. จริง ๆ แล้วสามารถซักผ้ารวมกันได้ ยกเว้นผ้าที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง
  7. สามารถใช้ห้องน้ำร่วมกันได้ปกติ แต่ถ้าไม่สบายใจสามารถแยกห้องน้ำกันได้ หรือมีสิ่งทำความสะอาดฆ่าเชื้อหากต้องใช้ห้องน้ำต่อจากกัน

 

อย่างไรก็ตามผู้ติดเชื้อHIV ควรเข้ารับการรักษารับยาต้านไวรัส และทานยาต่อเนื่องเพื่อกำจัดไวรัสให้น้อยลงกดให้หลับ นอกจากนี้สำหรับคนที่เป็นแฟนหรือคู่รัก สามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้โดยการสวมใส่ถุงยางอนามัย อีกทั้งหากอยากมีลูกสามารถปรึกษาแพทย์ได้

 

 

ตรวจเอชไอวีง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง หากคิดว่าตนเองอาจจะได้รับความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสามารถตรวจเช็คได้ด้วยตนเอง อินสติ ชุดตรวจคัดกรองการติดเชื้อเอชไอวีด้วยตนเอง เลขอย. 64-2-1-1-0000679 สามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายยาทั่วประเทศ

 

สามารถเข้าไปค้นหาร้านขายยาที่มีอินสติ ได้ที่ ร้านจำหน่าย INSTI  ซึ่งในนี้จะมีบอกว่าร้านขายยาอะไรบ้างที่จำหน่าย มีในจังหวัดใดบ้าง มีสาขาอะไรบ้าง ตั้งอยู่ที่ไหน

 

หรือสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Grab , LINE MAN , Foodpanda , Lalamove เข้าไปที่แอพแล้วเลือกร้าน Boots เสิร์จ คำว่า ชุดตรวจเอชไอวี หรือคำว่า อินสติ หรือ Insti

 

ผ่านอีกหนึ่งช่องทางคือสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าโดยตรง ได้ที่

Line OA: @insti

Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี

Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST

Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST

Tiktok: INSTi_THAILANDHIVTEST

Line Shopping: insti

Website: thailandhivtest.com

 

เราจะรู้ได้ไงว่าเราติดเชื้อ HIV สามารถสังเกตจากอาการได้หรือไม่

เราจะรู้ได้ไงว่าเราติดเชื้อ HIV

เราจะรู้ได้ไงว่าเราติดเชื้อ HIV สามารถสังเกตจากอาการได้หรือไม่ กี่วันถึงจะแสดงอาการ ตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง หากติดเชื้อจะต้องทำอย่างไรต่อ

 

คำถามสุดคลาสสิกที่มักจะถามกันมาตลอดว่า เราจะรู้ได้ไงว่าเราติดเชื้อ HIV สามารถตอบได้เลยว่า เข้ารับการตรวจสิ รู้แน่นอน หลาย ๆ ท่านก็กลัวที่จะตรวจและกังวลว่าจะมีคนรู้เห็นเกี่ยวกับการตรวจ แต่ถ้าจะรอสังเกตจากอาการ บอกเลยว่ายากมาก ๆ เพราะอาการในระยะเริ่มแรก เหมือนกับการป่วยไข้ทั่วไป สามารถหายได้เอง ตลอดจนถึงระยะที่สองก็อาจจะไม่มีอาการอื่น ๆ เกิดขึ้นเลย มาดูกันซิว่าอาการที่เกิดขึ้นเมื่อติดเชื้อHIV จะเป็นอย่างไร

 

อาการของการติดเชื้อ HIV

  1. ระยะแรกหรือระยะเฉียบพลัน เกิดขึ้นใน 1 เดือน หลังรับเชื้อ ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อกำจัดเชื้อ ทำให้เราจะมีอาการป่วย เช่น ท้องเสีย เพลีย มีไข้ ผื่นขึ้น ต่อมน้ำเหลืองบวมบางบริเวณ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถหายไปได้เอง

 

  1. ระยะที่สอง ระยะแฝง ระยะสงบ เชื้อเอชไอวียังคงอยู่ในร่างกาย เพิ่มจำนวนในอัตราต่ำและทำลายระบบภูมิคุ้มกันอยู่เรื่อย ๆ ทำให้ไม่มีอาการผิดปกติเกิดขึ้น หรือบางครั้งอาจจะมีแต่ชั่วครู่และหายไปได้เอง โดยผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถอยู่ในระยะนี้ได้นานหลายปี กว่าจะเข้าสู่ระยะสุดท้าย คือ เอดส์

 

  1. เอดส์ คือ การที่เชื้อเอชไอวีทำลายระบบภูมิคุ้มกันจนร่างกายไม่สามารถที่จะสามารถกำจัดเชื้อใด ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้แล้ว หรือเรียกกันว่า ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยผู้ป่วยเอดส์ จะป่วยจากการติดเชื้อฉวยโอกาส ทำให้มีโอกาสในการเสียชีวิตสูง

 

กี่วันถึงจะแสดงอาการ ดังที่กล่าวมาทำให้เราไม่สามารถที่จะสังเกตจากอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นได้เลย จะรู้ตัวอีกทีก็ต่อเมื่อป่วยหนัก หรือระยะเอดส์ แล้วเท่านั้น ทำให้ควรที่จะตรวจเอชไอวี เมื่อคาดว่าตนเองมีความเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อจะดีมากยิ่งกว่า เนื่องจากหากติดเชื้อจริง จะเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที สามารถมีสุขภาพที่ดีเหมือนเดิมได้ และอายุขัยยืนยาวปกติ

 

อินสติ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง นำเข้าจากประเทศแคนาดา มาตรฐานสากล ทั้ง WHO Prequalified, CE Marked, Health Canada และผ่านอย.ไทย เป็นที่เรียบร้อย เลขที่อนุญาต 64-2-1-1-0000679 สามารถตรวจในผู้ที่รับความเสี่ยงมาแล้วกว่า 21 วัน หรือสำหรับท่านใดที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ ก็สามารถใช้อินสติ ตรวจทุกเดือน หรือทุก 3 เดือน เหมือนกับตรวจเช็คสุขภาพได้เลย

 

ตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง หากติดเชื้อจะต้องทำอย่างไรต่อ

ตรวจยืนยันที่โรงพยาบาลทันที เพื่อเข้าสู่ระบบกาษารรักษา รับยาจากแพทย์ และคำแนะนำในการใช้ชีวิตจากผู้เชี่ยวชาญ หากมีคำถามหรือปัญหาใดสามารถปรึกษาแพทย์ได้โดยตรง ทั้งนี้จะต้องมีวินัยในการทานยา เพื่อกดเชื้อให้สงบลง หยุดการเพิ่มจำนวน สำหรับผู้ติดเชื้อระยะเริ่มแรก หากทานยาต่อเนื่อง สามารถกลับสู่โหมดสุขภาพปกติได้ใน 6 เดือน (ไม่ได้หายขาด แต่เชื้อไม่เพิ่มจำนวน) เชื้อหยุดทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ร่างกายกลับมาแข็งแรง และทานยาต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะไม่มีอาการป่วย มีอายุขัยยืนยาวดังเดิม

 

 

 

 

สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านขายยาทั่วประเทศ ค้นหาร้านขายยาจำหน่ายอินสติได้ที่  ร้านจำหน่าย INSTI หรือสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Grab , LINE MAN , Foodpanda , Lalamove เข้าไปที่แอพแล้วเลือกร้าน Boots คำว่า อินสติ

อีกหนึ่งช่องทางคือสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าโดยตรง ได้ที่

Line OA: @insti

Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี

Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST

Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST

Tiktok: INSTi_THAILANDHIVTEST

Line Shopping: insti

Website: thailandhivtest.com

อนาคตอันใกล้ รักษา เอดส์ หายขาด ดูแลตนเองให้ปลอดภัยต่อการติดเชื้อเอชไอวี

อนาคตอันใกล้ รักษา เอดส์ หายขาด

อนาคตอันใกล้ รักษา เอดส์ หายขาด มีผู้หายขาดจากการติดเชื้อเอชไอวีแล้วทั้งหมด ­3 คน ในโลก ดูแลตนเองให้ปลอดภัยต่อการติดเชื้อเอชไอวี

 

เคสคนไข้ที่รักษาHIV ได้หายขาดจริง ๆ เกิดขึ้นได้เพราะเหตุใด

– ทิโมธี เรย์ บราวน์ ชายชาวสหรัฐฯ พบว่าตนเองติดเชื้อHIV ในปี 1995 และตรวจพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ในปี 2006 จึงเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งโดยวิธีการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ พบว่านอกจากจะหยุดเชื้อมะเร็งได้แล้ว เชื้อHIV ยังถูกกำจัดไปด้วย

 

– อดัม คาสติลเยโฆ่ ชายชาวเวเนซุเอล่า ผู้ป่วยHIV ที่พบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ในปี 2012 จึงตัดสินใจเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งโดยวิธีการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ และผลลัพธ์คือหายจากโรคมะเร็งและไม่มีเชื้อHIV ไปพร้อมกัน

 

– ปี 2022 มีหญิงสาวรายหนึ่งที่เป็นผู้ติดเชื้อ HIV และป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวจึงเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งโดยวิธีการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์เช่นกัน ซึ่งเป็นที่น่ายินดีเพราะนอกจากเธอจะหายป่วยจากโรคมะเร็งแล้ว ก็ยังตรวจไม่พบเชื้อHIV ในร่างกายอีกเลย

 

จะเห็นว่าทั้ง 3 เคสที่กล่าวมานั้น สเต็มเซลล์ที่ได้รับจากการปลูกถ่ายนั้น มีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่ทราบมาก่อน ว่าสเต็มเซลล์ที่ได้รับบริจาคมานั้นสามารถต้านทานเชื้อ HIV ได้ เพราะจุดประสงค์เพียงแค่ต้องการรักษาโรคมะเร็งที่เป็นอยู่ให้หาย แต่โชคดีแบบผลพลอยได้มากกว่าที่กลับรักษา HIV ให้หายไปด้วย

 

อย่างไรก็ตามการรักษาเอชไอวีได้หายขาดก็ยังคงอยู่ในขั้นตอนการวิจัยและพัฒนาต่อไป ถึงแม้จะมีคนที่หายขาดจากการป่วยเอชไอวีแล้ว 3 รายก็ตาม เป็นเพราะว่าการปลูกถ่ายไขกระดูกไม่ใช่วิธีที่จะรักษาเอชไอวีโดยเฉพาะ เป็นเพียงแค่อีกหนึ่งสิ่งที่จะนำไปพัฒนาค้นหาวิธีการรักษาต่อได้ และจำเป็นต้องปลอดภัยต่อคนไข้อีกด้วย

 

 

ดูแลตนเองให้ปลอดภัยต่อการติดเชื้อเอชไอวี

อันดับแรกคือการป้องกันทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว ยังช่วยป้องการติดเชื้ออื่น ๆ อีกด้วย หรือสำหรับท่านใดที่คิดว่าตนเองชอบการวันไนท์สแตนด์ หรือมีการเปลีย่นคู่นอนบ่อย ไม่แน่ใจว่าป้องกันแล้วปลอดภัยจริงหรือไม่ สามารถเข้ารับยา Prep จากสถานพยาบาลได้ ทั้งนี้ต้องอยู่ใรความดูแลของแพทย์ ห้ามหยุดยาเอง และก่อนเริ่มทานต้องมีผลตรวจเลือดเป็นลบ

 

แต่ทั้งนี้การตรวจเอชไอวีก็เป็นสิ่งสำคัญ สามารถตรวจได้ด้วยตนเองที่บ้าน ปัจจุบันมีชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง วางจำหน่ายแล้วที่ร้านขายยา ยกตัวอย่าง อินสติ ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง นำเข้าจากประเทศแคนาดา มีอย.ไทย เลขที่อนุญาต 64-2-1-1-0000679 มีจำหน่ายที่ Boots, ร้านขายยากรุงเทพ, P&F และร้านขายยาอื่น ๆ ทั่วประเทศ

 

พึ่งเสี่ยงเอชไอวีมาอย่าพึ่งตรวจ เพราะอาจตรวจไม่พบการติดเชื้อ การตรวจเอชไอวีมีหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีหรือแต่ละยี่ห้อจะมีความสามารถในการตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีที่ระยะเวลาเสี่ยงต่างกัน เช่น อินสติ สามารถตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวีที่ระยะเวลาเสี่ยง 21 วัน

 

 

อนาคตอันใกล้ รักษา เอดส์ หายขาด หวังว่าการพัฒนาและวิจัยค้นหาวิธีการรักษาเอชไอวีให้หายขาดจะประสบความสำเร็จในเร็ววัน

 

 

ชุดตรวจ HIV


หรือสามารถสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าได้โดยตรง ทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ Line OA: @insti , Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี , Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST , Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST , Line Shopping: insti , TikTok Shop: อินสติ INSTi , Website: thailandhivtest.com

HPV กับ HIV ต่างกันอย่างไร เชื้อไวรัสที่ตัวย่อชื่อคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน

HPV กับ HIV ต่างกันอย่างไร

 

HPV กับ HIV ต่างกันอย่างไร เชื้อไวรัสที่ตัวย่อชื่อคล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกัน โรคติดเชื้อเอชไอวี และโรคติดเชื้อเอชพีวีสาเหตุของโรคหลายชนิด

 

HPV ชื่อเต็มคือ Human Papilloma virus เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลาย ๆ โรค และเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งบางชนิด โดยแบ่งกลุ่มของการติดเชื้อ HPV ได้สองกลุ่ม ดังนี้

– HPV กลุ่มหรือชนิดที่ไม่ก่อมะเร็ง แต่ไม่รอดที่จะป่วยด้วยโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างเช่น หูดหงอนไก่บริเวณต่าง ๆ ที่สัมผัสเชื้อ แต่ที่พบบ่อย ๆ คือบริเวณอวัยวะเพศหญิง อวัยวะเพศชาย และทวารหนัก ซึ่งล้วนไม่มีอาการเจ็บปวด แต่จะรู้สึกคัน

– HPV กลุ่มหรือชนิดที่ก่อมะเร็ง มีอยู่หลายสายพันธุ์เลยที่ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากช่องคลอด มะเร็งช่องคลอด แต่ที่พบมากสุดคือมะเร็งปากมดลูก ซึ่งพบว่าเป็นการติดเชื้อHPV สายพันธุ์ที่ 16 และ 18 กว่าร้อยละเจ็ดสิบ

 

หากติดเชื้อHPV ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรง ไม่มียารักษา ปกติสามารถหายได้เองใน 2 ปี มักไม่มีอาการ แต่หากเริ่มมีอาการอาจจะเป็นเพราะว่าร่างกายอ่อนแอ อาจจะหมายถึงพัฒนาไปเป็นมะเร็งและเริ่มลุกลาม

 

HIV ชื่อเต็มคือ Human Immunodeficiency Virus เป็นไวรัสที่ทำลายภูมิคุ้มกันในร่างกาย นำไปสู่ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเมื่อติดเชื้อHIV ในระยะแรกจะมีอาการเหมือนว่าเจ็บป่วยไม่สบายทั่วไป และอาการหายไปได้เองในเวลาไม่นาน เกิดจากการที่ร่างกายพยายามกำจัดเชื้อออกไป ทั้งนี้เมื่อผ่านระยะแรกไปแล้ว อาจจะไม่มีอาการอีกเลยจนกระทั่งหลาย ๆ ปี ผ่านไป ระยะการติดเชื้อเข้าสู่โรคเอดส์ เริ่มเจ็บป่วยเรื้อรังหนักขึ้น ซึ่งในระยะนี้คือภูมิคุ้มกันในร่างกายน้อยมาก ๆ แล้ว และอาจจะป่วยด้วยโรคฉวยโอกาส หลากหลายโรคกระทั่งเสียชีวิต

 

หากติดเชื้อHIV ปัจจุบันไม่มียารักษาให้หายขาดได้ มีเพียงยาที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนของเชื้อ และทำให้เชื้อหลับ เข้าสู่ภาวะสงบ จำเป็นต้องทานยาต้านทุกวันไปตลอดชีวิต ร่างกายจะแข็งแรง มีอายุยืนปกติ แต่หากพบการติดเชื้อในระยะโรคเอดส์แล้วการรักษาให้กลับมามีภาวะสุขภาพที่แข็งแรงอาจจะต้องใช้เวลานานและยากต่อการรักษา

 

HPV กับ HIV ต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าเป็นไวรัสต่างชนิดกัน ก่อให้เกิดโรคที่แตกต่างกันมีทั้งโรคที่สามารถรักษาให้หายได้และไม่ได้ แต่ที่เหมือนกันคือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เหมือนกัน ดังนั้นจึงควรป้องกันทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และจำเป็นต้องตรวจคัดกรอง HPV และ HIV อยู่เป็นประจำ

 

สามารถตรวจคัดกรองได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชน หรือคลินิกที่มีบริการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์  และข่าวดีคือ HIV สามารถตรวจคัดกรองได้ด้วยตนเอง และรู้ผลในทันที

 

อินสติ ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง นำเข้าจากประเทศแคนาดา มาตรฐานระดับสากลผ่านการรับรองจาก WHO Prequalified, CE Marked และ Health Canada อีกทั้งขณะนี้ผ่านอย.ไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เลขที่อนุญาต 64-2-1-1-0000679 สามารถหาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ร้านขายยาทั่วประเทศ ค้นหาร้านขายยาจำหน่ายอินสติได้ที่  ร้านจำหน่าย INSTI 

 

หรือสั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน Grab , LINE MAN , Foodpanda , Lalamove เข้าไปที่แอพแล้วเลือกร้าน Boots คำว่า อินสติ

อีกหนึ่งช่องทางคือสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าโดยตรง ได้ที่

Line OA: @insti

Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี

Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST

Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST

Tiktok: INSTi_THAILANDHIVTEST

Line Shopping: insti

Website: thailandhivtest.com

 

 

 

 

ติดเชื้อHIV อันตรายไหม ช่องทางที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี

ติดเชื้อHIV อันตรายไหม

ติดเชื้อHIV อันตรายไหม ช่องทางที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี

HIV เชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะทำลายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งร่างกายไม่สามารถต้านทานต่อเชื้อได้ ป่วยเป็นภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือเอดส์ (AIDS) เสี่ยงที่จะเสียชีวิต

 

ช่องทางที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี

สามารถสรุปได้เป็น 3 ช่องทาง หลักเลยก็คือ ติดเชื้อผ่านทางเลือด การใช้เข็มฉีดยาร่มกัน การสัมผัสเลือด ติดเชื้อผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน และติดเชื้อจากแม่สู่ลูกไม่ว่าจะของเหลวในช่องคลอด หรือน้ำนมแม่

 

ทำไมHIV ถึงน่ากลัว

เพราะว่ายังคงเป็นการติดเชื้อที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ สามารถรักษาได้โดยเพียงแค่ทานยาต่อเนื่องทุกวันไปตลอดชีวิต เพื่อกดเชื้อให้หลับ ให้สงบ และหากหยุดยาเมื่อใดเชื้อก็จะตื่นขึ้น เจริญเติบโต แบ่งเซลล์ ทำรายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายต่อไป

 

นอกจากนี้เราไม่สามารถทราบหรือรู้ตัวได้ว่ากำลังติดเชื้อเอชไอวี เพราะจากสถิติทั่วโลกพบผู้ป่วยที่ไม่ทราบว่าติดเชื้อเป็นจำนวนมาก กว่าจะทราบแล้วเข้าสู่การรักษาก็ตอนที่อาการแสดงและเจ็บป่วยค่อนข้างหนักแล้ว

 

ดังนั้น หากถามว่า ติดเชื้อHIV อันตรายไหม

คำตอบคือ อันตราย ยิ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจจะเสี่ยงเสียชีวิต หากไม่ทราบว่ากำลังติดเชื้อเอชไอวีอยู่ อาจจะทำให้มีการส่งต่อเชื้อหรือแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ง่าย

แต่อย่าพึ่งตกใจไป เพราะว่ามันไม่ได้ติดต่อกันง่ายขนาดนั้น ยังคงสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้ติดเชื้อได้ตามปกติ หากผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และปฏิบัติตามอย่างมีวินัย

 

ยิ่งตรวจพบเชื้อเร็ว ยิ่งรักษาง่าย

เพราะว่าปัจจุบันการรักษาเอชไอวี หากตรวจพบเชื้อเร็วสามารถรักษาได้ง่ายกว่า เจอการติดเชื้อเมื่อเข้าสู่ระยะที่ 3 แล้ว โดยการรักษาคือ การทานยาต้านตามที่แพทย์สั่งมาให้ทาน และทานอย่างมีวินัย ทานทุกวันไม่ขาด ทั้งปฏิบัติตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่แข็งแรง อายุขัยยืนดังปกติ

 

ตรวจเลือดHIV ง่าย และใกล้ตัวกว่าที่คิด

การตรวจเอชไอวีไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะว่าไม่มีใครหรอกที่จะมาบอกตรง ๆ ว่า “ฉันติดเชื้อHIV” ดังนั้น เมื่อคาดว่าตนเองมีพฤติกรรมเสี่ยง ทางออกง่าย ๆ คือการตรวจเอชไอวี ซึ่งปัจจุบันสามารถตรวจด้วยตนเองได้แล้ว ด้วย ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง อินสติ เลขที่อนุญาต 64-2-1-1-0000679 เป็นชุดตรวจนำเข้าจากแคนาดา ใช้เทคโนโลยีใหม่ที่ให้ผลัพธ์ที่แม่นยำขึ้น และให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วมากที่สุด สามารถอ่านผลได้เลยใน 1 นาที อีกทั้งผ่านการรับรองจาก WHO Prequalified, CE Marked และ Health Canada

 

 

สามารถหาซื้อชุดตรวจHIV ด้วยตนเองได้ที่ ร้านBoots, ร้านยากรุงเทพ, ร้าน P&F smooth life, Save Drug ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ INSTIใกล้บ้านฉัน

หรือสามารถสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าได้โดยตรง ทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ Line OA: @insti , Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี , Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST , Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST , Line Shopping: insti , TikTok Shop: อินสติ INSTi , Website: thailandhivtest.com

 

 

 

 

ติดเชื้อ HIV กี่ ปี ถึง จะ ออก อาการ ทำความรู้จักกับ 3 ระยะของการติดเชื้อ

ติดเชื้อ HIV กี่ ปี ถึง จะ ออก อาการ

ติดเชื้อ HIV กี่ ปี ถึง จะ ออก อาการ ทำความรู้จักกับ 3 ระยะของการติดเชื้อ ตั้งแต่ระยะแรกจนกระทั่งถึงระยะสุดท้าย

ว่ากันด้วยเรื่องของเชื้อHIV หลาย ๆ คนก็คงพอจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่บางท่านก็ยังคงพึ่งเคยได้ยิน มาทำความรู้จักกันเบื้องต้นกันดีกว่า

HIV : Human Immunodeficiency Virus เป็นเชื้อไวรัสชนิหนึ่งที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว CD4 และจะทำลายไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งร่างกายไม่สามารถผลิตขึ้นมาได้อีก กระทั่งเข้าสู่การป่วยเป็นโรคเอดส์

 

อาการติดเชื้อHIV ทั้ง 3 ระยะ

ระยะที่ 1 : เฉียบพลัน อาการเหมือนเจ็บป่วยด้วยโรคอื่น ๆ ทั่วไป

– จะมีอาการเกิดขึ้นในช่วง 2-4 weeks แรกหลังได้รับเชื้อ คือ มีไข้ เป็นหวัด ปวดศีรษะ อาจจะปวดเมื่อยตามร่างกายบ้าง หรืออาจจะพบผื่นตามตัว

– จะเห็นว่าอาการการเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ คล้ายกับป่วยด้วยไข้หวัดธรรมดา ไม่มีอะไรชัดเจนที่บ่งบอกว่าติดเชื้อ HIV

– อาการที่เกิดขึ้นเป็นเพียงกลไกการตอบสนองของร่างกาย ที่เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมในที่นี่ก็คือ HIV เข้าสู่ร่างกายทำลาย เซลล์เม็ดเลือดขาวCD4 ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตกลง และพยายามที่จะสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวCD4 ขึ้นมาใหม่

– อาการต่าง ๆ หายไปได้เอง ในเพียงไม่กี่สัปดาห์ เพราะภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นใหม่ แต่อย่างไรก็ตามการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันจะไม่สามารถทำงานได้ดีเท่าก่อนรับเชื้อ

 

ระยะที่ 2 : แฝง ไม่ค่อยมีอาการอะไร หรือแทบไม่มีเลย

– เชื้อเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป อาจจะใช้เวลากว่า 8 – 10 ปี กว่าเชื้อไวรัสนี้ จะสามารถทำลายระบบภูมิคุ้มกันของเราให้อ่อนแอกระทั่ง ไม่สามารถต่อสู้กับเชื้ออื่น ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้ หรือเข้าสู่ระยะที่ 3

– อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้รับการรักษา และไม่ได้ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากนัก อาจจะเข้าสู่ระยะที่ 3 ไวกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

ระยะที่ 3 : โรคเอดส์ ระยะสุดท้ายของการติดเชื้อ HIV

– ระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายจนอ่อนแอกระทั่งไม่สามารถต่อสู้หรือต้านทานกับเชื้อHIV และเชื่ออื่น ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายได้อีก

– ร่างกายอ่อนแอมาก เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคฉวยโอกาส โรคแทรกซ้อน

– โดนไวรัสเอชไอวีทำลายระบบภูมิคุ้มกันซ้ำ ๆ รวมถึงเชื้ออื่น ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายอีก

– เสี่ยงเสียชีวิต รักษาให้หายยาก

 

ดังนั้น หากถามว่า ติดเชื้อ HIV กี่ ปี ถึง จะ ออก อาการ

คำตอบ คือ มีอาการเกิดขึ้นตั้งแต่เริ่มรับเชื้อ แต่เป็นเพียงแค่อาการเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนป่วยทั่วไป หายได้เอง ตลอดจนเข้าสู่ระยะที่ 2 อาจจะมีอาการบ้าง หรือไม่มีอาการเลย และจะเริ่มมีอาการแสดงจริงจัง ตอนปลายระยะที่ 2 ที่กำลังจะเข้าสู่ระยะที่ 3 ซึ่งอาจจะใช้เวลา 8-10 ปี หรือเร็วกว่านั้น แล้วแต่บุคคล

 

ในเมื่อสังเกตจากอาการได้ยาก แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าติดเชื้อHIV

แน่นอว่าจำเป็นต้องตรวจเท่านั้น ซึ่งถ้าหากไม่อยากจะไปตรวจที่สถานพยาบาลไม่ว่าด้วยเหตุผลใด แนะนำให้ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง ของอินสติ คุณภาพมาตรฐาน ผ่านรับรองจากหน่วยงานระดับสากล นำเข้าจากแคนาดา รู้ผลใน 1 นาที ด้วยเทคโนโลยีใหม่แม่นยำขึ้น รู้ผลรวดเร็วขึ้น

 

 


สามารถหาซื้อชุดตรวจHIV ด้วยตนเองได้ที่ ร้านBoots, ร้านยากรุงเทพ, ร้าน P&F smooth life, Save Drug ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ INSTIใกล้บ้านฉัน

หรือสามารถสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าได้โดยตรง ทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ Line OA: @insti , Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี , Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST , Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST , Line Shopping: insti , TikTok Shop: อินสติ INSTi , Website: thailandhivtest.com

 

เลือดบวกเกิดจากอะไร จำเป็นต้องเป็นHIV อย่างเดียวหรือไม่

เลือดบวกเกิดจากอะไร

เลือดบวกเกิดจากอะไร จำเป็นต้องเป็นHIV อย่างเดียวหรือไม่ แล้วถ้าเลือดบวกต้องทำอย่างไรต่อไป

 

เลือดบวก หรือผลบวก ในทางการแปลผลการตรวจเลือด คือ การที่การตรวจหรือการทดสอบนั้น ตัวอย่างเลือดได้เกิดปฏิกิริยาขึ้นกับน้ำยาทดสอบ (Reactive) โดยบางทีอาจจะแสดงผลเป็นค่าตัวเลข และมีการสรุปผลรายงานผลออกมาอีกทีเป็นคำว่า Reactive หรือคำว่า Positive หรือผลบวก

 

ในขณะเดียวกัน หากตัวอย่างเลือดไม่เกิดปฏิกิริยาใด ๆ กับน้ำยาทดสอบ (Non-Reactive) ก็จะมีการสรุปผลรายงานผลออกมาอีกทีเป็นคำว่า Non-Reactive หรือ Negative หรือผลลบ

 

ดังนั้น เลือดบวก ก็คือการรายงานผลการตรวจทดสอบเลือด ในกรณีที่ผลเลือดของคุณเกิด Reactive ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าตรวจหาอะไร และจะแปลความหมายตามการตรวจหานั้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นการตรวจหาHIV เท่านั้น

 

แต่ที่หลาย ๆ ท่าน เข้าใจว่าเลือดบวก เท่ากับติดเชื้อเอชไอวี เพราะเป็นคำยอดนิยมที่มักใช้กัน ในเรื่องเอชไอวี

 

ยกตัวอย่างการแปลผล ตรวจหาเชื้อ HIV ผลการทดสอบคือ Reactive หรือ Positive เท่ากับว่าผลเลือดเป็นบวก สามารถแปลความหมายได้ว่า คุณติดเชื้อเอชไอวี

 

ทั้งนี้ HIV เลือดบวกเกิดจากอะไร เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อย่อว่า HIV และชื่อเต็มว่า Human immunodeficiency virus ซึ่งมีหลายสายพันธุ์  และพัฒนาไปสู่การเป็นโรคเอดส์ พบการรายงานผู้ป่วยครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ. 2524 ไม่นานก็พบรายงานในประเทศอื่น ๆ ในไทยพบผู้ป่วยเอดส์รายแรกในปี พ.ศ. 2527

ช่องทางในการติดเชื้อ HIV

  1. เพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน
  2. ติดต่อจากเลือดสู่เลือด
  3. การใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

 

ทำไมถึงต้องระวังในเรื่องการติดเชื้อ HIV

เพราะHIV ยังไม่มียาที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ มีเพียงยาต้านไวรัสที่ต้องทานต่อเนื่องทุก ๆ วัน วันละ 1 เม็ด ไปตลอด เพื่อหยุดยั้งการแบ่งตัวเพิ่มจำนวนเชื้อ หยุดการดำเนินของโรค ทำให้เชื้อไม่ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพที่ดีดังเดิม ไม่ป่วยด้วยโรคฉวยโอกาส

 

 

ถ้าเลือดบวกต้องทำอย่างไรต่อไป

อย่างที่กล่าวข้างต้น ในเรื่องทำไมถึงต้องระวังในเรื่องการติดเชื้อ HIV ดังนั้นผู้ที่มีเลือดบวก หรือติดเชื้อเอชไอวีแล้วนั้น ก็จะต้องเข้ารับการรักษาโดยทันที ยิ่งตรวจพบเร็ว รักษาเร็ว ยิ่งช่วยให้การรักษาเป้นไปได้ด้วยดี ผู้ป่วยวางแผนดูแลสุขภาพ ไม่ป่วย อายุขัยไม่สั้น เสี่ยงเสียชีวิต แต่ที่สำคัญคือต้องมีวินัยในการทานยา ต้องทานทุกวันในช่วงเวลาที่เหมือนกัน ห้ามขาด

 

 

 

การตรวจเอชไอวีไม่ใช่เรื่องยาก สามารถตรวจด้วยตนเองได้ไม่ต้องอายใคร หากตรวจคัดกรองด้วยตนเองแล้วพบว่าผลเป็นบวก ก็ให้รีบไปตรวจยืนยันที่สถานพยาบาลทันที เพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างรวดเร็ว

 

 

 

 

สามารถหาซื้อชุดตรวจHIV ด้วยตนเองได้ที่ ร้านBoots, ร้านยากรุงเทพ, ร้าน P&F smooth life, Save Drug ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ INSTIใกล้บ้านฉัน

หรือสามารถสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าได้โดยตรง ทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ Line OA: @insti , Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี , Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST , Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST , Line Shopping: insti , TikTok Shop: อินสติ INSTi , Website: thailandhivtest.com

 

 

 

ชุดตรวจ HIV ร้าน Boots ยี่ห้ออะไร มีจำหน่ายที่สาขาไหนบ้าง ปรึกษาเภสัชพร้อมสั่งซื้อง่าย ๆ

ชุดตรวจ HIV ร้าน Boots

ชุดตรวจ HIV ร้าน Boots ยี่ห้ออะไร มีจำหน่ายที่สาขาไหนบ้าง ปรึกษาเภสัชพร้อมสั่งซื้อง่าย ๆ

 

Boots ร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ ด้านความงาม และยาจากประเทศอังกฤษ มีสาขาในประเทศไทยมากมาย แบบคลอบคลุมเกือบทุกจังหวัด

 

ชุดตรวจ HIV ร้าน Boots ยี่ห้อที่จำหน่ายอยู่ที่ร้านขายยานี้ ได้แก่ อินสติ (INSTI) HIV Self Test ชุดตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง แบรนด์ดังจากประเทศแคนาดา ได้รับอนุญาตให้นำเข้าและจำหน่ายในประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เลขที่ใบอนุญาต 64-2-1-1-0000679

 

วิธีการใช้งานง่ายมาก เพียงใช้ตัวอย่างเลือดปลายนิ้ว 2-3 หยด หยดลงในขวดน้ำยาที่ 1 เขย่าแรง ๆ และเทลงตลับ เมื่อซึมจนหมดก็เขย่าน้ำยาขวดที่ 2 แรง ๆ แล้วเทลงตลับ สุดท้ายเมื่อซึมจนหมดก็เขย่าน้ำยาขวดที่ 3 แรง แล้วเทลงตลับ ตามลำดับ รอน้ำยาซึมหมดแล้วอ่านผลได้ทันที ไม่ต้องรอ 15 นาที

 

มาตรฐานของ อินสติ ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง ผ่านการรับรองจาก WHO Prequalified (ตามหลักเกณ์ขององค์การอนามัยโลก), CE Marked (มาตรฐานสำคัญในยุโรป), Health Canada (หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบด้านสุขภาพในประเทศแคนาดา)

 

ทำให้เราสามารถมั่นใจได้ในเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัย รวมถึงวิธีการใช้งานที่แสนจะง่าย เหมาะกับการใช้งานด้วยตนเองได้ ทั้งนี้ ผลการตรวจประเมินวิเคราะห์คุณภาพ จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า อินสติ ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง  มีความแม่นยำมากกว่า 99% คือ Sensitivity 99.5% Specificity 100% ซึ่งผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามที่ตั้งไว้

 

 

ทำไมถึงต้องซื้อ ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง ที่ร้าน Boots

  1. 1. คุณจะได้รับชุดตรวจHIV ด้วยตนเองที่เป็นสินค้าแท้ 100%
  2. 2. หาซื้อได้ง่าย เพราะมีสาขาจำหน่ายมากมายในไทย สามารถตรวจสอบสถานที่จำหน่าย อินสติได้ที่ INSTIใกล้บ้านฉัน หรือสั่งผ่าน Grab , LINE MAN , Foodpanda , Lalamove เลือกร้าน Boots > เสิร์จ คำว่า ชุดตรวจเอชไอวี / อินสติ Insti
  3. 3. มีบริการให้คำปรึกษา โดยเภสัชกร

 

คำแนะนำเบื้องต้นในการใช้งาน

  1. 1. หยดตัวอย่างเลือดลงในขวดที่หนึ่ง (สีแดง) ให้เพียงพอ แนะนำ 2-3 หยด เน้น ๆ

สำคัญมาก! ควรหยดเลือดลงไปในขวดโดยตรงให้เลือดสัมผัสกับน้ำยา ไม่ควรปาดเลือดไว้ที่ปากขวด เนื่องจากเลือดอาจจะค้างอยู่บนปากขวดมากกว่าที่จะลงไปผสมกับน้ำยา

  1. 2. เขย่าน้ำยาทุกขวดก่อนเทลงตลับ

สำคัญมาก! ขวดที่ 1 เมื่อหยดตัวอย่างเลือดลงไปแล้ว ให้ทำการเขย่าแรง ๆ ได้เลย จากนั้นก็เทลงตลับ รอจนซึม และเทขวดต่อไป ตามลำดับ เช่นกันสำหรับขวดที่ 2 และ 3 ไม่ต้องผสมอะไร สามารถเขย่าแรง ๆ ก่อนเทได้เลย

 

 

ทั้งนี้การตรวจเอชไอวีด้วยตนเอง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับประชาชน หากไม่สะดวกใจที่จะไปโรงพยาบาลหรือคลินิกก็สามารถ หาซื้อมาตรวจด้วยตนเองได้ก่อนที่บ้านง่าย ๆ สามารถใช้ตรวจได้บ่อยเท่าที่ต้องการ สำหรับผู้ที่คาดว่ามีโอกาสจะได้รับความเสี่ยงในการติดเชื้อเอชไอวี

 

 

หรือสามารถสั่งซื้อผ่านทางผู้นำเข้าได้โดยตรง ทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ Line OA: @insti , Facebook: อินสติ insti ชุดตรวจเอชไอวี , Shopee: INSTi_THAILANDHIVTEST , Lazada: INSTi_THAILANDHIVTEST , Line Shopping: insti , TikTok Shop: อินสติ INSTi , Website: thailandhivtest.com

 

Oral Sex ติดเอดส์ไหม การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน

Oral Sex ติดเอดส์ไหม

Oral Sex ติดเอดส์ไหม การทำออรัลเซ็กซ์ หรือการทำรักด้วยปาก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมทางเพศยอดนิยม ทั้งควรให้ผู้โดนกระทำสวมใส่ถุงยางอนามัย เพื่อความปลอดภัยของอีกฝ่ายที่เป็นผู้กระทำ เพราะอะไรนั้นเรามีคำตอบ

 

Oral Sex เสี่ยงอะไรไหม?

เคยได้ยินบ้างหรือไม่ว่าการสวมใส่ถุงยางอนามัยจะช่วยให้เราปลอดภัยจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ต่าง ๆ เช่น HIV หนองใน ซิฟิลิส เริม รวมถึงโรคอื่น ๆ เช่น มะเร็งในช่องปาก มะเร็งต่อมทอนซิล เป็นต้น

 

Oral Sex ติดเอดส์ไหม ดังนั้น หากคู่นอนไม่สวมใส่ถุงยางอนามัย ก็อาจจะให้ฝ่ายที่เป็นผู้ทำ Oral Sex มีโอกาสที่จะติดเชื้อ HIV ซึ่งเป็นเหตุนำไปสู่การเป็นเอดส์ รวมถึงโรคอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ยิ่งถ้าในแผลมีปากหรือมีเลือดออกยิ่งทำให้มีโอกาสเสี่ยงมากขึ้น

 

Oral Sex อย่างไรให้ปลอดภัย

สวมใส่ถุงยางอนามัย และงดการทาลิปมันเด็ดขาด เพื่อไม่ให้ถุงยางอนามัยขาด อีกทั้งควรสำรวจตนเองก่อนว่าไม่มีแผลในช่องปาก สำหรับผู้ที่จัดฟันก็ควรจะต้องระมัดระวังไม่ให้บาดหรือทำลายถุงยางอนามัย นอกจากนี้ควรโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อ โดยการไม่เปลี่ยนคู่นอนบ่อย ๆ

 

ไม่มีใครทราบหรอกว่าคู่นอนของเรา เดิมทีแล้วมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือไม่ หรือป่วยเป็นโรคอะไรอยู่หรือเปล่า จนกว่าจะมีการตรวจโรค หรือมีอาการบางอย่างเกิดขึ้นแล้วตรวจพบทีหลัง ผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวี ส่วนมากมักจะไม่ทราบว่าได้รับเชื้อมาจากใคร หรือติดมาตอนไหน

 

ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์แบบไม่ป้องกัน ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ล้วนแล้วแต่มีโอกาสเสี่ยงทำให้เกิดการติดเชื้อบางอย่างได้ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม

 

มาถึงตรงนี้การป้องกัน และการตรวจหาเชื้อเอชไอวีจึงกลายเป็นเรื่องที่สำคัญจริง ๆ สำหรับผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงอยู่บ่อย ๆ เรามาดูกันว่าปัจจุบันนี้มีวิธีการตรวจเอชไอวีแบบใดบ้าง

  1. NAT สามารถตรวจได้หลังได้รับความเสี่ยงมากว่า 7 วันขึ้นไป
  2. forth generation สามารถตรวจได้หลังได้รับความเสี่ยงมากว่า 14 วัน
  3. Anti-HIV สามารถตรวจได้หลังได้รับความเสี่ยงมากว่า 21 วัน
  4. PCR สามารถตรวจได้หลังได้รับความเสี่ยงมากว่า 14 วัน
  5. ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง สามารถตรวจได้หลังได้รับความเสี่ยงเท่าใด ขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์ ตัวอย่างเช่น อินสติ ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง ตรวจจากตัวอย่างเลือดปลายนิ้ว สามารถใช้ตรวจได้หลังได้รับความเสี่ยงมา 21 วัน

 

 

ชุดตรวจHIV ด้วยตนเอง เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกใจที่จะไปตรวจที่สถานพยาบาล เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะทำให้เราสามารถตรวจเช็คได้ตามใจต้องการ ที่ไหนก็ได้ เวลาใดก็ได้ แต่การตรวจด้วยตนเองก็เป็นเพียงการตรวจคัดกรองเบื้องต้นเท่านั้น หากผลเป็น Reactive หรือผลบวก ควรตรวจอีกครั้งโดยสถานพยาบาลที่สามารถตรวจยืนยันได้ หรือหากเป็นผลลบ หรือ Non-Reactive ควรตรวจอีกครั้งที่ระยะเวลาเสี่ยง 3 เดือน